Messenger

“ไข้หวัดใหญ่” อันตรายกว่าที่คิด เสี่ยงลุกลาม “ปอดอักเสบ”

October 28 / 2026

ไข้หวัดใหญ่ ปอดอักเสบ

 

     จากข่าวกรณีการเสียชีวิตของนักแสดงสาวชื่อดังชาวไต้หวัน ทำให้หลายคนเริ่มตระหนักถึงความรุนแรงของ "ไข้หวัดใหญ่" ซึ่งไม่ใช่แค่โรคหวัดธรรมดา แต่หากรุนแรงมากขึ้นอาจนำไปสู่ “ภาวะปอดอักเสบ” ที่เป็นอันตรายถึงชีวิตได้ ดังนั้นวันนี้เรามาทำความเข้าใจโรคนี้ให้มากขึ้นกันดีกว่า

 

ไข้หวัดใหญ่คืออะไร ?

ไข้หวัดใหญ่เกิดจากเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ (Influenza Virus) ซึ่งเป็นการติดเชื้อทางเดินหายใจแบบเฉียบพลัน อาการสำคัญเด่นชัดที่สามารถสังเกตได้ เช่น

 

  • ไข้สูงทันทีทันใด
  • ปวดศีรษะ
  • ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ
  • อ่อนเพลีย

 

เชื้อไข้หวัดใหญ่มี 3 ชนิดหลัก ได้แก่

 

  • ไวรัสชนิด A: ทำให้เกิดการระบาดใหญ่ทั่วโลก
  • ไวรัสชนิด B: ระบาดในระดับภูมิภาค
  • ไวรัสชนิด C: มักมีอาการไม่รุนแรง ไม่ค่อยทำให้เกิดการระบาด

 

ติดต่อกันได้อย่างไร ?

     เชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ติดต่อผ่านทางการหายใจ โดยจะได้รับเชื้อที่ออกมาปนเปื้อนอยู่ในอากาศ เมื่อผู้ป่วยไอ จาม หรือพูด ในพื้นที่ที่มีคนอยู่รวมกันหนาแน่น โอกาสการแพร่เชื้อก็จะเกิดได้มาก นอกจากนี้ยังอาจเกิดจากการสัมผัสพื้นผิวที่มีเชื้อไวรัส แล้วนำมือมาสัมผัสจมูก ปาก หรือดวงตา

 

ไข้หวัดใหญ่ เสี่ยงปอดอักเสบได้อย่างไร?

     แม้ไข้หวัดใหญ่จะหายเองได้ในคนทั่วไป แต่สำหรับกลุ่มเสี่ยง เช่น เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ หญิงตั้งครรภ์ ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง เช่น เบาหวาน โรคไต หรือมะเร็ง จะมีโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรงโดยเฉพาะ “ปอดอักเสบ” เนื่องจากภูมิต้านทานอ่อนแอ ทำให้เชื้อแบคทีเรียอาจเข้าสู่ระบบทางเดินหายใจ จนเกิดปอดอักเสบ หรือการติดเชื้อรุนแรงในกระแสเลือด

 

ปอดอักเสบจากไข้หวัดใหญ่สามารถรุนแรงจนทำให้ระบบหายใจล้มเหลว และในบางกรณีอาจถึงแก่ชีวิต โดยเฉพาะในผู้สูงอายุที่อัตราการเสียชีวิตสูงถึง 50%

 

อาการปอดอักเสบ

     หลังจากเริ่มป่วยเป็นไข้หวัด 3-4 วัน อาจเริ่มมีอาการไอ เสมหะเปลี่ยนสี หายใจเหนื่อยหอบ เจ็บแน่นหน้าอก และอ่อนเพลีย มีไข้สูงต่อเนื่องตลอดเวลา ส่วนอาการปอดอักเสบในผู้สูงอายุที่พบได้บ่อย คือมีอาการซึมลง หรือสับสน และไม่จำเป็นต้องมีไข้หรืออาการไอมาก่อน

 

ป้องกันไข้หวัดใหญ่ลดเสี่ยงภาวะแทรกซ้อน

  • ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่เป็นประจำทุกปี: ช่วยลดโอกาสในการติดเชื้อและบรรเทาความรุนแรงของโรคได้ โดยเฉพาะผู้ที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป แนะนำให้รับวัคซีนเฉพาะสำหรับผู้สูงอายุเพื่อประสิทธิภาพสูงสุด
  • หลีกเลี่ยงพื้นที่แออัด และสวมหน้ากากอนามัย: เพื่อป้องกันการรับเชื้อทางระบบทางเดินหายใจ
  • ล้างมือบ่อย ๆ: ด้วยสบู่หรือแอลกอฮอล์เจล เพื่อฆ่าเชื้อโรคที่อาจติดมาจากการสัมผัส
  • รักษาสุขภาพให้แข็งแรง: ด้วยการทานอาหารที่มีประโยชน์ และพักผ่อนให้เพียงพอเพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน

 

 

ไข้หวัดใหญ่ ปอดอักเสบ

 

FAQ คำถามที่พบบ่อย

Q: ไข้หวัดธรรมดากับไข้หวัดใหญ่แตกต่างกันอย่างไร ?

  • A: ไข้หวัดธรรมดามักมีอาการค่อยเป็นค่อยไป เช่น คัดจมูก น้ำมูกไหล และมีไข้ต่ำๆ ส่วนไข้หวัดใหญ่จะเกิดจากเชื้อไวรัสอินฟลูเอนซา มีอาการรุนแรงและเกิดขึ้นอย่างเฉียบพลัน มีไข้สูงทันที ปวดเมื่อยตามตัวมาก และอ่อนเพลียอย่างเห็นได้ชัด

 

Q: ทำไมผู้สูงอายุถึงมีความเสี่ยงสูงที่จะเสียชีวิตเมื่อเป็นปอดอักเสบจากไข้หวัดใหญ่ ?

  • A: เพราะผู้สูงอายุมีระบบภูมิคุ้มกันที่เสื่อมถอยตามวัย และมักมีโรคประจำตัวร่วมด้วย ทำให้เมื่อติดเชื้อไวรัสและลุกลามเป็นปอดอักเสบ ร่างกายจึงรับมือได้ยาก จนอาจนำไปสู่ภาวะระบบหายใจล้มเหลวและเสียชีวิตได้สูงถึง 50%

 

Q: จำเป็นต้องฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ทุกปีหรือไม่ ?

  • A: จำเป็นครับ เนื่องจากเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่มีการกลายพันธุ์และเปลี่ยนแปลงสายพันธุ์อยู่เป็นประจำทุกปี การฉีดวัคซีนซ้ำเป็นประจำจึงช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกันให้ตรงกับสายพันธุ์ที่กำลังระบาดในปัจจุบัน

 

บทสรุป

     "ไข้หวัดใหญ่" เป็นโรคใกล้ตัวที่ดูเหมือนธรรมดา แต่หากประมาทอาจลุกลามจนเกิดภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงถึงชีวิตอย่าง "ปอดอักเสบ" โดยเฉพาะในกลุ่มเปราะบาง เช่น ผู้สูงอายุและเด็กเล็ก ดังนั้น การดูแลตัวเองเบื้องต้น การหลีกเลี่ยงพื้นที่เสี่ยง การรักษาสุขอนามัย และที่สำคัญที่สุดคือการเข้ารับการฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่เป็นประจำทุกปี จึงเป็นเกราะป้องกันที่ดีที่สุดในการลดความเสี่ยงและดูแลสุขภาพให้ห่างไกลจากโรคร้ายนี้ได้อย่างยั่งยืน