นพ. นเรศ เวชพร
กุมารเวชศาสตร์, กุมารประสาทวิทยา
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้🍪
เราใช้ Cookies เพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ออนไลน์ที่ดีที่สุด สรุปนโยบายความเป็นส่วนตัวและ Cookies อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่

ผมเข้าใจความทุกข์ใจนี้ของทุกท่านเป็นอย่างดี เมื่อเห็นลูกมีอาการชักกระตุก ส่วนใหญ่แล้วจะรีบเอาสิ่งของงัดปาก หรือใช้นิ้วมือสอดเข้าปากเพื่อป้องกันไม่ให้ลูกกัดลิ้น แม้ตัวเองจะถูกกัดบ้าง.. ก็ยอม แต่นั่นไม่ใช่วิธีที่ถูกต้องและอันตรายอย่างมาก ผมจึงเขียนบทความนี้ขึ้นเพื่อเป็นคู่มือสำหรับดูแลลูกก่อนถึงมือหมอได้ทันเวลา
สมองของลูกเป็นสิ่งที่ละเอียดอ่อน แม้เมื่อเด็กเกิดมาแล้ว เซลล์ประสาทสมองและเยื่อหุ้มเส้นประสาทก็ยังต้องเจริญเติบโตต่อไปอีกเรื่อย ๆ จนถึงอายุ 6 ขวบ สมองจึงจะเจริญเติบโตเต็มที่ เซลล์ประสาทสมองของเด็กเล็กจึงไวต่อการตอบสนอง ดังนั้นหากอุณหภูมิร่างกายของลูกเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ก็อาจเกิดอาการชักได้ นอกจากนี้พันธุกรรมมาก็มีส่วนเกี่ยวข้องด้วย พ่อแม่ที่มีประวัติไข้แล้วชักในวัยเด็กจึงมีโอกาสชักเมื่อมีไข้เช่นกัน
ความรุนแรงจากอาการชักจากไข้ในเด็ก
มีเด็กจำนวนไม่น้อยที่มีอาการชักจากไข้ โดยพบได้ในอัตรา 2-5 คนต่อเด็ก 100 คน พบในอายุระหว่าง 3 เดือน - 5 ปี และพบบ่อยที่สุดในช่วงอายุระหว่าง 1-2 ปี สาเหตุของไข้ส่วนใหญ่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสทางเดินหายใจส่วนบนรวมทั้งโรคหูชั้นกลางอักเสบ
เมื่อใดที่ลูกไม่สบายหรือมีไข้ ควรทานยาลดไข้และเช็ดตัวจนไข้ลดลง ยาลดไข้พาราเซตตามอลควรมีประจำบ้านไว้ตลอดเวลา เมื่อใดที่ลูกมีไข้จะสามารถให้ยาลดไข้นี้ได้ทันที การทานยาในขนาดและระยะเวลาที่เหมาะสมร่วมกับการเช็ดตัวที่ถูกต้องจะช่วยให้ไข้ลดลงได้ กล่าวคือ ยาลดไข้ควรให้ทุก 4 ชั่วโมง และที่สำคัญคือถึงช่วงกลางคืนแล้วยังมีไข้อยู่ ผู้ปกครองต้องไม่ลืมให้ยาลดไข้และเช็ดตัวในด้วย เพราะเด็กมีโอกาสชักในช่วงเวลากลางคืนได้บ่อยมาก

โดยทั่วไปหนึ่งในสามคนของเด็กที่ชักจากไข้จะมีโอกาสชักซ้ำจากไข้ได้อีก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กที่มีอายุช่วงขวบปีแรกมีโอกาสชักบ่อยกว่าเด็กโต กุมารแพทย์จะใช้ดุลยพินิจให้ยาป้องกันการชักจากไข้ อย่างไรก็ตาม ยากลุ่มนี้ต้องใช้อย่างระมัดระวังตามคำแนะนำของแพทย์ เด็กบางคนจำเป็นต้องรับประทานยากันชักอย่างต่อเนื่อง
เมื่อลูกเป็นไข้แล้วชักจะมีปัญหาทางสมองไหมคะ ? ลูกจะกลายเป็นเด็กปัญญาอ่อนหรือไม่ ? จะเรียนหนังสือได้ปกติหรือไม่ โดยทั่วไปแล้วถ้าชักจากไข้ จะไม่เกิดปัญหาทางสมองแต่อย่างใด เมื่อหายก็กลับเป็นปกติ

การตรวจคลื่นไฟฟ้าสมอง (Electroencephalography : EEG) เป็นการตรวจดูกระแสไฟฟ้าที่ส่งจากเซลล์ผิวสมอง ผู้ป่วยที่เป็นโรคลมชักจะมีความผิดปกติของกระแสไฟฟ้าบนผิวสมอง การตรวจคลื่นไฟฟ้าสมองจำเป็นต้องทำกับผู้ป่วยลมชักทุกราย และอาจต้องใช้วินิจฉัยร่วมกับผู้ป่วยที่ชักจากไข้บางราย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง
เมื่อใดที่ลูกไม่สบายหรือมีไข้ ควรให้ลูกรับประทานยาลดไข้ทุก 4 ชั่วโมงและเช็ดตัวจนไข้ลดลง โดยไม่ลืมเตรียมยาลดไข้พาราเซตตามอลไว้ติดบ้านตลอดเวลา นอกจากนี้การสลับเวรเฝ้าไข้กลางดึกนั้นก็สำคัญ เพราะช่วงค่ำที่เราเพลียและเผลอหลับมักเป็นช่วงที่ลูกมีโอกาสชักบ่อย

โรงพยาบาลรามคำแหงร่วมกุมารแพทย์พร้อมช่วยรับมือสิ่งที่ไม่คาดฝันนับแต่วินาทีแรกของอาการชัก เราเชื่อว่า.. การเข้าใจถึงต้นตอของความเจ็บปวดอย่างลึกซึ้งคือ “กุญแจดอกสุดท้าย” ที่ช่วยไขปัญหาชีวิตไปสู่ทางออกที่ปลายประตู
แก้ไขล่าสุด
29/01/69
กุมารเวชศาสตร์, กุมารประสาทวิทยา
ประสาทศัลยศาสตร์
Neurosurgery
ประสาทศัลยศาสตร์