Messenger

ลูกชักจากไข้ควรทำอย่างไรดี เมื่อการดูแลลูกไม่หยุดอยู่แค่ในบ้าน

February 10 / 2026

ชักจากไข้

 

 

     ผมเข้าใจความทุกข์ใจนี้ของทุกท่านเป็นอย่างดี เมื่อเห็นลูกมีอาการชักกระตุก ส่วนใหญ่แล้วจะรีบเอาสิ่งของงัดปาก หรือใช้นิ้วมือสอดเข้าปากเพื่อป้องกันไม่ให้ลูกกัดลิ้น แม้ตัวเองจะถูกกัดบ้าง.. ก็ยอม แต่นั่นไม่ใช่วิธีที่ถูกต้องและอันตรายอย่างมาก ผมจึงเขียนบทความนี้ขึ้นเพื่อเป็นคู่มือสำหรับดูแลลูกก่อนถึงมือหมอได้ทันเวลา

 

หมอมีคำแนะนำให้ปฎิบัติเมื่อลูกชักจากไข้ดังนี้ 

  • จับลูกนอนตะแคง หันศีรษะไปด้านใดด้านหนึ่ง กันการสำลักและไม่ให้ลิ้นตกไปอุดทางเดินหายใจ
  • หากลูกกำลังเคี้ยวอะไรอยู่ในปากให้ใช้นิ้วมือล้วงออกมาให้หมด
  • คลายเสื้อผ้าให้หลวม เพื่อให้ลูกหายใจได้สะดวก
  • ห้ามงัดปากขณะกำลังชัก
  • ใช้ผ้าขนหนูชุบน้ำเช็ดตัวจนไข้ลดลง
  • เมื่อลูกหยุดชัก ให้พบกุมารแพทย์เพื่อหาสาเหตุของไข้และชัก

 

ทำไมลูกมีไข้แล้วถึงชัก ? 

     สมองของลูกเป็นสิ่งที่ละเอียดอ่อน แม้เมื่อเด็กเกิดมาแล้ว เซลล์ประสาทสมองและเยื่อหุ้มเส้นประสาทก็ยังต้องเจริญเติบโตต่อไปอีกเรื่อย ๆ จนถึงอายุ 6 ขวบ สมองจึงจะเจริญเติบโตเต็มที่ เซลล์ประสาทสมองของเด็กเล็กจึงไวต่อการตอบสนอง ดังนั้นหากอุณหภูมิร่างกายของลูกเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ก็อาจเกิดอาการชักได้ นอกจากนี้พันธุกรรมมาก็มีส่วนเกี่ยวข้องด้วย พ่อแม่ที่มีประวัติไข้แล้วชักในวัยเด็กจึงมีโอกาสชักเมื่อมีไข้เช่นกัน

 

ความรุนแรงจากอาการชักจากไข้ในเด็ก 

     มีเด็กจำนวนไม่น้อยที่มีอาการชักจากไข้ โดยพบได้ในอัตรา 2-5 คนต่อเด็ก 100 คน พบในอายุระหว่าง 3 เดือน - 5 ปี และพบบ่อยที่สุดในช่วงอายุระหว่าง 1-2 ปี สาเหตุของไข้ส่วนใหญ่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสทางเดินหายใจส่วนบนรวมทั้งโรคหูชั้นกลางอักเสบ

 

ทำอย่างไรลูกจึงจะไม่ชักซ้ำอีก ? 

     เมื่อใดที่ลูกไม่สบายหรือมีไข้ ควรทานยาลดไข้และเช็ดตัวจนไข้ลดลง ยาลดไข้พาราเซตตามอลควรมีประจำบ้านไว้ตลอดเวลา เมื่อใดที่ลูกมีไข้จะสามารถให้ยาลดไข้นี้ได้ทันที การทานยาในขนาดและระยะเวลาที่เหมาะสมร่วมกับการเช็ดตัวที่ถูกต้องจะช่วยให้ไข้ลดลงได้ กล่าวคือ ยาลดไข้ควรให้ทุก 4 ชั่วโมง และที่สำคัญคือถึงช่วงกลางคืนแล้วยังมีไข้อยู่ ผู้ปกครองต้องไม่ลืมให้ยาลดไข้และเช็ดตัวในด้วย เพราะเด็กมีโอกาสชักในช่วงเวลากลางคืนได้บ่อยมาก

 

 

ชักจากไข้

 

 

การรักษาภาวะชักจากไข้ในเด็ก

     โดยทั่วไปหนึ่งในสามคนของเด็กที่ชักจากไข้จะมีโอกาสชักซ้ำจากไข้ได้อีก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กที่มีอายุช่วงขวบปีแรกมีโอกาสชักบ่อยกว่าเด็กโต กุมารแพทย์จะใช้ดุลยพินิจให้ยาป้องกันการชักจากไข้ อย่างไรก็ตาม ยากลุ่มนี้ต้องใช้อย่างระมัดระวังตามคำแนะนำของแพทย์ เด็กบางคนจำเป็นต้องรับประทานยากันชักอย่างต่อเนื่อง 

 

ภาวะชักจากไข้ส่งผลทางสมองหรือไม่ ?

     เมื่อลูกเป็นไข้แล้วชักจะมีปัญหาทางสมองไหมคะ ? ลูกจะกลายเป็นเด็กปัญญาอ่อนหรือไม่ ? จะเรียนหนังสือได้ปกติหรือไม่ โดยทั่วไปแล้วถ้าชักจากไข้ จะไม่เกิดปัญหาทางสมองแต่อย่างใด เมื่อหายก็กลับเป็นปกติ 
      

 

ชักจากไข้

 

 

การตรวจคลื่นไฟฟ้าสมอง

การตรวจคลื่นไฟฟ้าสมอง (Electroencephalography : EEG) เป็นการตรวจดูกระแสไฟฟ้าที่ส่งจากเซลล์ผิวสมอง ผู้ป่วยที่เป็นโรคลมชักจะมีความผิดปกติของกระแสไฟฟ้าบนผิวสมอง การตรวจคลื่นไฟฟ้าสมองจำเป็นต้องทำกับผู้ป่วยลมชักทุกราย และอาจต้องใช้วินิจฉัยร่วมกับผู้ป่วยที่ชักจากไข้บางราย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง

 

  • ผู้ป่วยบางรายที่ชักจากไข้ต่ำ 
  • ชักเฉพาะบางส่วนของร่างกาย 
  • ชักนานกว่า 15 นาที หรือชักมากกว่า 1 ครั้ง/ไข้รอบนี้ 
  • ชักหลังมีไข้เกิน 24 ชั่วโมงและอื่น ๆ 
  • อาจมีความผิดปกติของสมองจากไข้ ซึ่งกระตุ้นให้เกิดการชัก

 

ทำอย่างไรลูกจึงไม่ชักซ้ำอีก ?

     เมื่อใดที่ลูกไม่สบายหรือมีไข้ ควรให้ลูกรับประทานยาลดไข้ทุก 4 ชั่วโมงและเช็ดตัวจนไข้ลดลง โดยไม่ลืมเตรียมยาลดไข้พาราเซตตามอลไว้ติดบ้านตลอดเวลา นอกจากนี้การสลับเวรเฝ้าไข้กลางดึกนั้นก็สำคัญ เพราะช่วงค่ำที่เราเพลียและเผลอหลับมักเป็นช่วงที่ลูกมีโอกาสชักบ่อย

 

โรงพยาบาลรามคำแหงร่วมกุมารแพทย์พร้อมช่วยรับมือสิ่งที่ไม่คาดฝันนับแต่วินาทีแรกของอาการชัก เราเชื่อว่า.. การเข้าใจถึงต้นตอของความเจ็บปวดอย่างลึกซึ้งคือ “กุญแจดอกสุดท้าย” ที่ช่วยไขปัญหาชีวิตไปสู่ทางออกที่ปลายประตู

 

แก้ไขล่าสุด

29/01/69