
โรคไตวายเรื้อรัง (Chronic kidney disease) เป็นภาวะที่ได้รับความเสียหายจนทำงานได้น้อยลง เช่น การรักษาสมดุลของเหลวในร่างกาย การควบคุมน้ำและแร่ธาตุต่าง ๆ ในเลือด การกำจัดของเสียออกจากเลือด การกำจัดยาและพิษออกจากร่างกาย การหลั่งฮอร์โมนเข้าสู่กระแสเลือด เป็นต้น
สาเหตุของโรตไตวายเรื้อรัง
- จากพันธุกรรม โดยอาจเป็นมาตั้งแต่กำเนิดหรือค่อย ๆ แสดงอาการภายหลังก็ได้ เช่น โรคถุงน้ำที่ไต
- เกิดจากโรคอื่นซึ่งส่งผลกระทบกับไต เช่น ความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน เป็นต้น
- การทานอาหารรสจัดไม่ใช่เพียงแค่รสเค็ม รวมไปถึงหวานจัด หรือเผ็ดจัดด้วยเช่นกัน
- นิ่วหรือไตอักเสบ
- โรคแพ้ภูมิตัวเอง
- ไวรัส มะเร็ง

อาการของโรคไตวายเรื้อรัง
ผู้เป็นโรคไตในช่วงแรกแทบไม่มีสัญญาณเตือน แต่มักปรากฏอาการในช่วงระยะท้ายซึ่งได้รับความเสียหายไปมากแล้ว
- ปัสสาวะเป็นเลือด ปกติแล้วปัสสาวะจะมีสีเหลืองอ่อนจนถึงสีเหลืองเข้ม ขึ้นอยู่กับปริมาณการดื่มน้ำในขณะนั้น แต่ถ้าพบว่าปัสสาวะมีเลือดปน อาจจะเกิดการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ นิ่วในทางเดินปัสสาวะ หรืออาจเกิดเนื้องอกในทางเดินปัสสาวะ เป็นต้น
- ปัสสาวะเป็นฟอง เกิดจากการมีโปรตีนไข่ขาวรั่วออกมาในปัสสาวะ ซึ่งมักเป็นอาการของภาวะโรคไตวายเรื้อรัง
- ปัสสาวะกลางคืนบ่อยกว่าปกติ ผู้ที่ไตมีความผิดปกติ เช่น โรคไตวายเรื้อรัง ไตจะไม่สามารถดูดน้ำกลับไปเก็บในกระเพาะปัสสาวะได้ปกติ จึงทำให้ต้องปัสสาวะบ่อยกว่าปกติ
- มีอาการบวมของหน้าและเท้า
- อ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย ขาดสมาธิ
- บางรายน้ำหนักลด แต่บางรายผู้ป่วยอาจจะตัวบวม น้ำหนักขึ้นก็ได้
- ผิวหนังจะซีด คัน มีจ้ำเลือดขึ้นง่าย
- เบื่ออาหาร คลื่นไส้
- ปากขม ไม่สามารถรับรสอาหารได้

โรคไตวายเรื้อรังมีกี่ระยะ?
โรคไตวายเรื้อรังแบ่งออกเป็น 5 ระยะ
- ระยะที่ 1 เป็นระยะที่ไตเริ่มเสื่อม (มีโปรตีนในปัสสาวะ) ค่าการทำงานของไต หรือ ค่า GFR ปกติ ซึ่งจะอยู่ที่ประมาณ 90 หรือมากกว่า
- ระยะที่ 2 ไตเสื่อม ค่าการทำงานของไต หรือ ค่า GFR ลดลงเล็กน้อย ซึ่งจะอยู่ที่ประมาณ 60-89
- ระยะที่ 3 ค่าการทำงานของไต หรือ ค่า GFR ลดลงปานกลางซึ่งจะอยู่ที่ประมาณ 30-59
- ระยะที่ 4 ค่าการทำงานของไต หรือ ค่า GFR ลดลงมาก ซึ่งจะอยู่ที่ประมาณ 15-29
- ระยะที่ 5 เข้าสู่ภาวะไตวาย ค่าการทำงานของไต หรือ ค่า GFR น้อยกว่า 15 ค่า eGFR (estimated Glomerular Fitration Rate) คือปริมาณเลือดที่ไหลผ่านตัวกรองของไตในหนึ่งนาที (มล/นาที/1.73 ตร.ม.)

การรักษาโรคไตวายเรื้อรัง
1. การรักษาเพื่อชะลอการเสื่อมของไต
- ควบคุมโรคประจำตัวให้ดี ได้แก่ คุมโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงให้ดี
- การควบคุมอาหาร ลดทานอาหารเค็ม รับประทานอาหารโปรตีนให้เหมาะสม ได้รับพลังงานที่เพียงพอ
- การรักษาด้วยยา เช่น ยาลดการดูดซึมฟอสเฟต ยาขับปัสสาวะ ยารักษาภาวะโลหิตจาง ยาลดความดันโลหิต ยาลดไขมันในเลือด ยาปรับสมดุลกรดด่าง
- การปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เช่น ลดน้ำหนัก งดสูบบุหรี่ ออกกำลังกาย และหลีกเลี่ยงยาที่มีผลเสียต่อไต
2. การรักษาด้วยวิธีบำบัดทดแทนไต
การบำบัดทดแทนไต (Renal Replacoment Therapy) เป็นกระบวนการรักษาผู้ป่วยโรคไตวายเรื้อรังระยะที่ 5 เพื่อช่วยขจัดของเสียที่ค้างอยู่ในร่างกายทดแทนไตที่ไม่สามารถทำงานได้เองตามที่ควรจะเป็น
3. การฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม
การฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม (Hemodialysis) คือการนำเลือดออกทางสายสวนที่แขนหรือคอก่อนนำเข้าเครื่องไตเทียมเพื่อกรองของเสียและน้ำส่วนเกินที่ยังอยู่ในร่างกาย หลังจากนั้นจึงนำเลือดที่ฟอกแล้วกลับคืนสู่ผู้ป่วย ซึ่งส่งผลให้ระดับของเสียในร่างกายลดลง
4. การล้างไตทางช่องท้อง
การล้างไตทางช่องท้อง (Pertoneal Dialysis) คือการใส่น้ำยาล้างไตเข้าไปทิ้งค้างในช่องท้อง โดยอาศัยเยื่อบุช่องท้องแลกเปลี่ยนของเสียและน้ำส่วนเกินออกมาที่น้ำยาล้างไต เมื่อครบตามเวลาที่กำหนดก็ปล่อยน้ำยาล้างไตที่เต็มไปด้วยของเสียและน้ำส่วนเกินทิ้ง พร้อมเปลี่ยนใส่น้ำยาล้างไตถุงใหม่เข้าไป โดยผู้ป่วยต้องผ่าตัดใส่สายยางสำหรับใส่น้ำยาล้างไตทางช่องท้องให้พร้อมก่อนการล้างไต
5. การปลูกถ่ายไต
การปลูกถ่ายไต (Kidney Transplantation) คือ การผ่าตัดนำไตที่ดีจากผู้บริจาคใส่ไปในผู้รับไต โดยผู้รับไตต้องรับประทานยากภูมิต้านทานสม่ำเสมอเพื่อป้องกันภาวะปฏิเสธไตที่ปลูกถ่าย ปัจจุปันการปลูกถ่ายไตจัดเป็นวิธีบำบัดทดแทนไตที่มีประสิทธิภาพดีสุด และทำให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น