
การผ่าตัดปลูกถ่ายไตเป็นการรักษาทางเลือกเพื่อให้ผู้ป่วยโรคไตสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างสบายและมีความสุข โรงพยาบาลรามคำแหงจึงพร้อมทุ่มเทช่วยเหลือผู้ป่วยด้วยเทคโนโลยีประสิทธิภาพสูงภายใต้การดูแลของแพทย์เฉพาะทางโรคไต เพราะชีวิตของผู้ป่วยสำคัญที่สุด ดังนั้นแพทย์จึงได้จัดเตรียมคู่มือไว้ให้ผู้ป่วยโรคไตได้เตรียมความพร้อมเพื่อให้การรักษาเป็นไปอย่างราบรื่น

การผ่าตัดปลูกถ่ายไตหรือเปลี่ยนไต
การผ่าตัดปลูกถ่ายไต (Kidney Transplantation) เป็นวิธีรักษาโรคไตวายเรื้อรังที่ดีที่สุด เนื่องจากเป็นให้ผลดีในระยะยาวพร้อมอัตรารอดชีวิตที่สูงเมื่อเทียบการรักษาอื่น โดยแบ่งเป็น 2 ประเภท
- การปลูกถ่ายไตจากผู้บริจาคที่มีชีวิต นำไตหนึ่งข้างจากผู้บริจาคซึ่งอาจเป็นพ่อแม่ เครือญาติหรือสามี-ภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมาย เช่น พี่น้อง ลูก หลาน ลุง ป้า น้า อา อย่างไรก็ตาม ผู้บริจาคต้องมีสุขภาพแข็งแรงและบริจาคด้วยความสมัครใจ
- การปลูกถ่ายไตจากผู้ป่วยสมองตาย นำไตที่บริจาคมาจากผู้เสียชีวิต กรณีของไตที่ได้รับบริจาคจากผู้ป่วยสมองตายสภากาชาดไทยจะเป็นผู้รับบริจาคและเป็นผู้จัดสรรไตให้แก่ผู้ป่วยไตวาย

ปัจจุบันผู้ป่วยไตวายที่ได้รับการผ่าตัดปลูกถ่ายไตสําเร็จแล้ว จะมีอายุยืนยาวและกลับมาดํารงชีวิตได้ตามปกติ มีคุณภาพชีวิตที่ดี ประกอบอาชีพได้ หลังปลูกถ่ายไตแล้วผู้ป่วยสามารถตั้งครรภ์และมีบุตรได้ตามปกติ
คุณสมบัติของผู้รับการปลูกถ่ายไต
- เป็นโรคไตวายเรื้อรังระยะสุดท้าย ซึ่งวัดค่าการทํางานของไตได้น้อยกว่า 15%
- กรณีรอรับไตจากผู้ป่วยสมองตายจากศูนย์รับบริจาคอวัยวะ สภากาชาดไทย ผู้ป่วยต้องได้รับการรักษาการฟอกเลือดหรือการล้างไตทางช่องท้องด้วยน้ำยาในเบื้องต้นก่อน
- ไม่มีภาวะติดเชื้อ
- ไม่เป็นผู้ที่ติดเชื้อเอชไอวี
- ไม่เป็นโรคตับแข็งชนิดที่ไม่สามารถปลูกถ่ายไตได้
- ไม่เป็นโรคมะเร็ง หรือเป็นโรคมะเร็งที่ได้รับการรักษาที่หายขาดมาแล้วอย่างน้อย 2- 5 ปี ซึ่งขึ้นอยู่กับชนิดของมะเร็ง
- ไม่มีภาวะเสี่ยงสูงต่อการผ่าตัด เช่น ภาวะหัวใจขาดเลือด หัวใจล้มเหลวเป็นต้น
- ไม่มีภาวะการแข็งตัวของเลือดผิดปกติ
- ไม่มีภาวะจิตใจผิดปกติ
- ไม่เป็นผู้ติดยาเสพติด
- กรณีอื่น ๆ อยู่ในดุลยพินิจของแพทย์
ภาวะแทรกซ้อนจากการผ่าตัดปลูกถ่ายไต
ภาวะปฏิเสธไต คือภาวะที่ร่างกายเริ่มต่อต้านไตใหม่ซึ่งอาจเกิดขึ้นอย่างช้า ๆ หรือเกิดขึ้นอย่างเฉียบพลันก็ได้ เมื่ออวัยวะใหม่เข้าสู่ร่างกาย ระบบภูมิคุ้มกันย่อมแปรผลเป็นสิ่งแปลกปลอม ซึ่งคล้ายคลึงกับปฏิกิริยาต่อต้านเชื้อโรคหรือมะเร็ง แพทย์จึงต้องรักษาทุเลาภาวะนั้นด้วยการให้ยากดภูมิคุ้มกันพร้อมให้ความรู้เรื่องผลข้างเคียงของยา
การผ่าตัดปลูกถ่ายไตจากผู้บริจาคที่มีชีวิต
ผู้บริจาคต้องมีหมู่เลือดที่เข้ากันได้กับผู้รับ แพทย์จะตรวจเลือดเพื่อดูว่าเข้ากันได้หรือไม่ โดยดูได้จากการตรวจแอนติเจนในระบบภูมิคุ้มกัน (HLA Typing) และการตรวจ DNA เพื่อดูความเข้ากันได้ทางพันธุกรรม หากมีลักษณะใกล้เคียง ก็สามารถกําหนดยีนที่ใช้ร่วมกันได้ ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อผู้รับไตให้มีชีวิตอยู่ได้นาน
การตรวจผสมเลือด
การตรวจผสมเลือด (Lymphocyte crossmatch) ยังเป็นวิธีการตรวจคาดคะเนเพื่อให้ทราบว่าผู้รับไตตอบสนองต่อเซลล์เม็ดเลือดของผู้บริจาคไตอย่างไร โดยการนำตัวอย่างเลือดของผู้บริจาคไตมาผสมกับเลือดของผู้รับไต ซึ่งจะให้ดีต้องไม่มีปฏิกิริยาตอบใด หากผลตรวจเป็นลบก็หมายความว่าไม่มีปฏิกิริยาตอบสนองต่อเซลล์ของผู้บริจาค ซึ่งมีโอกาสผ่าตัดปลูกถ่ายไตสำเร็จสูง
ชีวิตหลังจากเหลือไตเพียงข้างเดียว
หากมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง การบริจาค ไต 1 ข้างก็ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อชีวิตประจําวัน เนื่องจากไตข้างเดียวก็ยังสามารถที่รับภาระกําจัดของเสียและน้ำส่วนเกินตลอดจนหน้าที่อื่นได้มีประสิทธิภาพ โดยงานวิจัยในอดีตในรอบหลายสิบปีจากหลายประเทศทั่วโลกพบว่าการเหลือไตข้างเดียวไม่ได้เป็นสาเหตุของการเกิดโรคไตอื่นตามมาเมื่อเปรียบเทียบกับผู้ที่ไม่ได้บริจาคไต หรือถ้ามีก็น้อยมาก เช่น ความดันโลหิตอาจสูง มีไข่ขาวรั่วในปัสสาวะ และอายุขัยก็ยืนยาวเท่าคนปกติ
คุณสมบัติของผู้บริจาคไตที่มีชีวิต
- มีอายุเท่ากับหรือมากกว่า 18 ปี ถึง 60 ปี ถ้าอายุมากกว่า 60 ปีต้องมีสภาพร่างกายแข็งแรงตามดุลยพินิจของแพทย์
- ไม่มีภาวะความดันโลหิตสูง (ค่าความดันโลหิตตัวบน ไม่มากกว่า 140 มิลลิเมตรปรอทและค่าความดันโลหิตตัวล่างไม่มากกว่า 90 มิลลิเมตรปรอท
- ไม่มีโรคเบาหวาน
- ไม่มีประวัติเป็นโรคไตเรื้อรัง
- มีค่าโปรตีนในปัสสาวะไม่เกิน 300 มิลลิกรัมต่อ 24 ชั่วโมง หรืออัลบูมินในปัสสาวะไม่เกิน 100 มิลลิกรัมต่อ 24 ชั่วโมง
- มีค่าอัตราการกรองของไตมากกว่า 90 มิลลิลิตร/นาที/ 1.73 ตารางเมตร ถ้าอัตราการกรองน้อย กว่า 90 แต่มากกว่า 70 มิลลิลิตร/นาที/1.73ตารางเมตร สามารถบริจาคได้ แต่ควรพิจารณาความเสี่ยงอื่นร่วมด้วย
- ไม่มีภาวะโรคอ้วน
- ไม่เจ็บป่วยด้วยโรคร้ายแรงทางอายุรกรรม เช่น ภาวะปอดอุดตันเรื้อรัง ภาวะหัวใจขาดเลือด มะเร็ง โรคตับอักเสบหรือตับวายร้ายแรง ไม่มีภาวะติดเชื้อในร่างกาย การติดยาเสพติด โรคทางจิตเวช โรคประสาทบางประเภท เป็นต้น
- ไม่มีการติดเชื้อไวรัสเอชไอวี
- ต้องเป็นญาติโดยสายเลือด (Genetic Related) หรือคู่สมรสตามกฎหมายข้อบังคับแพทย์สภา
- ต้องไม่เป็นการซื้อขายไต
- ผู้บริจาคไต และผู้รับบริจาคสามารถยกเลิกการบริจาคได้ทุกเวลา

ข้อดี ของการได้ไต : จากผู้บริจาคที่มีชีวิต
- ผู้รับบริจาคไตจากผู้มีชีวิตจะมีอายุการใช้งานไตมากกว่า อายุยืนกว่า
- การผ่าตัดสามารถกําหนดเวลาได้ ทําให้มีเวลาเตรียมพร้อมทางร่างกาย และจิตใจ
- ยากดภูมิต้านทานและยาอื่น ๆ อาจใช้น้อยกว่า ทําให้หลีกเลี่ยงโอกาสเสี่ยงจากภาวะแทรกซ้อนได้มากกว่า
ควรพบแพทย์หลังการผ่าตัดปลูกถ่ายไตเพื่อ
- ตรวจดูความสมบูรณ์แข็งแรงของร่างกายและจิตใจ
- ตรวจดูการทํางานของไตใหม่ ถ้าผิดปกติจากการต่อต้านหรือ จากโรคเก่ากําเริบบางครั้งไม่มีอาการ แต่พบได้เฉพาะเมื่อตรวจเลือดและปัสสาวะเท่านั้น
- ตรวจหาภาวะแทรกซ้อนต่าง ๆ ซึ่งภาวะแทรกซ้อนที่สําคัญมีโอกาสเป็นอันตรายถึงแก่ ชีวิตได้ ได้แก่ การติดเชื้อ โรคหัวใจ โรคตับ โรคมะเร็ง โรคเบาหวาน โรคไขมัน
สอบถามและลงทะเบียนสมัครรอรับไตบริจาคติดต่อ 064-5646059