Messenger

‘ลูกกรน หายใจลำบาก’ สัญญาณเตือนจากฝุ่น PM 2.5 ที่ทำร้ายทางเดินหายใจ

January 16 / 2026

ฝุ่น pm 2.5 เด็กนอนกรน

 

 

 

     ในค่ำคืนที่เงียบสงัด เสียงกรนเบา ๆ จากเตียงของเจ้าตัวเล็กอาจทำให้คุณพ่อคุณแม่บางท่านอมยิ้มด้วยความเอ็นดู เพราะคิดว่าเป็นเพียงสัญญาณของความเหนื่อยล้าจากการเล่นซนมาทั้งวัน หรือมองว่าเป็นเรื่องปกติที่เด็กทั่วไปก็เป็นกัน แต่ในมุมมองของหมอ "เสียงกรนในเด็ก" ไม่ใช่เรื่องที่จะมองข้ามได้ และบ่อยครั้งที่เสียงนั้นคือสัญญาณเตือนภัยที่ร่างกายกำลังบอกเราว่า "หนูกำลังหายใจลำบาก"

 

 

ปัจจุบันเราต้องเผชิญกับวิกฤตฝุ่นละอองขนาดเล็ก หรือ PM 2.5 ที่ปกคลุมเมืองอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ สิ่งนี้ไม่ใช่แค่ปัญหาสิ่งแวดล้อม แต่มันคือภัยเงียบที่จู่โจมระบบทางเดินหายใจของเด็กโดยตรง

 

 

ทำไม PM 2.5 จึงทำให้ลูกน้อยนอนกรน?

ร่างกายของเด็กมีความเปราะบางกว่าผู้ใหญ่มาก ทางเดินหายใจของเขามีขนาดเล็กและแคบ เมื่อสูดดมฝุ่น PM 2.5 เข้าไป อนุภาคจิ๋วเหล่านี้จะเดินทางลึกเข้าไปในระบบทางเดินหายใจ และก่อให้เกิดผลกระทบดังนี้

 

  • การอักเสบเรื้อรัง ฝุ่นจะกระตุ้นให้เยื่อบุจมูกและทางเดินหายใจเกิดการบวมและอักเสบ
  • ทางเดินหายใจตีบแคบ เมื่อเยื่อบุบวมขึ้น พื้นที่ในการไหลเวียนของอากาศจึงลดลง ทำให้เด็กต้องใช้แรงในการหายใจมากขึ้น จนเกิดเป็นเสียงกรน
  • ต่อมอะดินอยด์และทอนซิลโต ร่างกายเด็กพยายามกรองสิ่งแปลกปลอม ส่งผลให้ต่อมน้ำเหลืองในทางเดินหายใจส่วนต้นขยายตัว จนขวางทางลมหายใจ

 

 

pm 2.5 เด็กนอนกรน

 

 

เมื่อ "เสียงกรน" นำไปสู่ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (OSA)

หากปล่อยให้ลูกนอนกรนต่อเนื่องเป็นเวลานาน สิ่งที่หมอกังวลที่สุดคือภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (Obstructive Sleep Apnea: OSA) ซึ่งจะส่งผลเสียต่อพัฒนาการรอบด้านของเด็กอย่างคาดไม่ถึง

 

  • พัฒนาการสมองชะงัก เมื่อสมองได้รับออกซิเจนไม่เพียงพอในช่วงกลางคืน เด็กจะตื่นมาด้วยความไม่สดชื่น สมาธิสั้น และเรียนรู้ได้ช้าลง
  • การเจริญเติบโตช้า โกรทฮอร์โมน (Growth Hormone) จะหลั่งได้ดีในช่วงที่หลับลึก หากการหายใจติดขัดจนเด็กหลับไม่สนิท อาจส่งผลต่อส่วนสูงและพัฒนาการทางร่างกาย
  • พฤติกรรมเปลี่ยน เด็กอาจกลายเป็นคนหงุดหงิดง่าย ก้าวร้าว หรือในทางกลับกันอาจดูเซื่องซึมผิดปกติ

 

การดูแลและป้องกัน... เพื่อลมหายใจที่บริสุทธิ์ของลูกน้อย

     หมออยากให้คุณพ่อคุณแม่ลองสังเกตอาการของลูกอย่างใกล้ชิด หากพบว่าลูกนอนกรนดังสม่ำเสมอ มีอาการหายใจเฮือก หรือดูเหนื่อยขณะหลับ ควรพามาปรึกษาแพทย์เฉพาะทางเพื่อทำการตรวจเช็กอย่างละเอียด

 

แนวทางการป้องกันในเบื้องต้น

  • ตรวจสอบคุณภาพอากาศ เช็กค่า PM 2.5 ทุกครั้งก่อนทำกิจกรรมกลางแจ้ง
  • สร้างพื้นที่ปกป้องลูก ใช้เครื่องฟอกอากาศที่มีประสิทธิภาพในห้องนอนของลูก
  • ล้างจมูกอย่างถูกวิธี เพื่อชะล้างฝุ่นละอองและน้ำมูก ช่วยให้ทางเดินหายใจโล่งขึ้น
  • ปรึกษาแพทย์ หากอาการกรนไม่ดีขึ้น การพบกุมารแพทย์ด้านโรคทางเดินหายใจจะช่วยให้เราทราบความรุนแรงและวางแผนการรักษาได้อย่างถูกต้อง

 

 

อย่าปล่อยให้เสียงกรนของลูกกลายเป็นเรื่องชินชา เพราะทุกลมหายใจที่ราบรื่นในยามค่ำคืน คือรากฐานของสุขภาพที่แข็งแรงและรอยยิ้มที่สดใสในทุกวัน