เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้🍪
เราใช้ Cookies เพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ออนไลน์ที่ดีที่สุด สรุปนโยบายความเป็นส่วนตัวและ Cookies อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่

ลูกวัย 6 เดือนเป็นไข้ชัก...คุณแม่วิตกกังวล
"น้องนับพลอย มีน้ำมูกอยู่ประมาณ 2 วันก็เริ่มมีไข้ต่ำ ๆ จนคืนวันถัดมาเริ่มมีไข้สูงจึงเช็ดตัวและให้ทานยาลดไข้แต่ไข้ไม่ลดเลยจึงไปโรงพยาบาลแถวบ้าน จ.อยุธยา พอดีว่าลูกเกิดอาการชักขึ้นมาวัดไข้ได้ถึง 39.5 ทางโรงพยาบาลก็พาไปสแกนสมอง-เจาะน้ำไขสันหลังพอเห็นว่ามือเท้าเขียวเหมือนว่าจะเริ่มชักอีกรอบหนึ่งก็เลยนำเข้าห้องฉุกเฉินเพราะมีไข้ขึ้นทุก 5 นาที 10 นาที โดยแม่ใช้เครื่องวัดส่วนตัวที่นำมาวัดซ้ำด้วยอีกทางหนึ่งด้วยแต่อาการก็ไม่ดีขึ้นคุณพ่อก็เลยตัดสินใจติดต่อโรงพยาบาลรามคำแหงให้ส่งรถมารับไปเลยค่ะ"
ความรู้สึกคุณพ่อน้องนับพลอยผู้ป่วยเด็กน้อย
"เริ่มประทับใจตั้งแต่เขามารับเลยดีกว่ามีรถพยาบาลมารับเราก็ให้รถพยาบาลที่นี่มารับตัวน้องไปก็คือมีคุณหมอมาดูแลด้วย ตอนแรกความคิดที่ว่ามีแค่พยาบาลเฉย ๆ แต่มีคุณหมอมาดูแลด้วยก็รู้สึกอุ่นใจครับแล้วพอไปห้องไอซียูก็คือพยาบาลดูแลดีดูแลเหมือนญาติเลยครับดูแลทั้งคนไข้แล้วก็ญาติคนไข้ด้วยดูแลดีมาก เอาใจใส่ดีคุณหมอก็ให้คำแนะนำดีครับ"
ผมเลือกด้วยเหตุผลที่ว่ามันช่วยให้เจ็บน้อย หายเร็ว แล้วผลก็ออกมาจริงตามนั้นครับ
“คุณพิศิษฐ์” เจ็บปวดจาก “เอ็นไหล่ฉีก” ในวัย 60 ปี น่าจะเป็นอุบัติเหตุหรืออะไรที่โชคไม่ดี คือผมตีกอล์ฟเสร็จแล้ว มีความรู้สึกว่าด้านซ้ายไหล่ซ้ายเนี่ยมันรู้สึกเจ็บ ผมก็เลยทิ้งไประยะหนึ่ง คือระยะหนึ่งก็ประมาณสัก 7 วันนะครับ ผมก็ดูว่าอาการมันน่าจะพอได้แล้วผมก็กลับเข้าไปเล่นกอล์ฟใหม่ คราวนี้เกิดปัญหา
“...พอตีกอล์ฟปุ๊บมันสะท้านมือแล้วก็แปล๊บ...คือมันเจ็บปวดมากถึงขนาดว่า ไม้กอล์ฟจะหลุดจากมือขนาดนั้นเลยนะครับ หลังจากคุณหมอส่งไปรับการตรวจ MRI และทราบผลว่าเอ็นหัวไหล่ขาด ซึ่งคุณหมอบอกว่ารักษาได้ด้วยการผ่าตัดซึ่งมีหลายแบบ แต่ผมได้เลือกวิธีที่ดีที่สุดคือหายเร็วที่สุด จึงได้รับคำแนะนำให้เข้ารับการผ่าตัดแบบส่องกล้องซึ่งเป็นเทคโนโลยีใหม่ที่ผมเลือกด้วยเหตุที่ว่ามันช่วยให้เจ็บน้อย หายเร็ว แล้วผลก็ออกมาจริงตามนั้นครับ ...”
ตอนผ่าตัดก็ใช้เวลาชั่วโมงครึ่ง ไม่เกิน 2 ชั่วโมงก็เสร็จ ส่องกล้องเข้าไปมันก็เสียเลือดน้อย แผลก็เล็ก หายไว พูดได้เลยว่ามันเยี่ยมมาก ประมาณ 4-5 เดือน ผมกลับไปตีกอล์ฟได้เหมือนเดิมแล้ว ...”
ต้องบอกว่าทำ TMS ไปแค่ 2 ครั้ง ใช้เวลาแค่ 2 วัน ชีวิตเปลี่ยนทันที คือเป็นการรักษาที่ทำให้คุณภาพชีวิตเรากลับมาเป็นเหมือนเดิมได้จริงๆ ภายในเวลาแค่ 2 วันเท่านั้นเอง
คุณธิดารัตน์ ตีทอง (ลูกสาวให้ข้อมูล)
มีโรคประจำตัวคือ “ความดันโลหิตสูง” ได้เกิดภาวะอาการทานอาหาร น้ำ หรือแม้กระทั่งนมก็ไม่ได้ ลองฝืนทานหรือดื่มเข้าไปเป็นต้องสำลักและอาเจียนออกมา จึงได้พาไปเข้ารับการรักษาโดยเป็นผู้ป่วยในที่ในโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง แต่เมื่อหมอให้กลับไปพักอยู่ที่บ้านได้เพียง 2 สัปดาห์อาการเวียนศีรษะก็กลับมารังควานอีก
“...เรารู้สึกว่าคุณภาพชีวิตมันแย่ หมอก็บอกว่าถ้าคุณพ่อเป็นอย่างนี้ต้องมีคนดูแลนะ เราก็เลยจ้างคนมาคอยดูแล เพราะเวลาเขานั่งอยู่เดี๋ยวๆ ก็มีเสมหะ ก็ต้องประคองเขาลุกขึ้นมา คือต้องมีคนเฝ้าตลอดทั้งคืน บางทีกลางคืนก็จะมีเสียงครืดๆ อยู่ในคอ แล้วพอใส่สายอาหารมาหลายวันก็เริ่มมีแผลกดทับที่ก้นเพราะว่านอนนาน...คือทุกครั้งที่สะอึก ทั้งคนไข้ทั้งญาติก็จะรู้สึกว่า เฮ้ย...อีกแล้วเหรอ เพราะสะอึกแต่ละครั้งใช้เวลาหลายชั่วโมง กว่าจะหยุด ซึ่งทำให้สภาพจิตใจทั้งของคนไข้และญาติแย่ไปหมด เลยมาคิดว่าถ้ากินยาให้หยุดสะอึกไม่หาย ต้องฉีดยาคลายเครียดให้นอนหลับอย่างเดียว รักษาแบบนี้มันไม่น่าจะใช่ เพราะอยู่โรงพยาบาลมา 10 วันไม่มีอะไรดีขึ้นเลย...ทรมานมากทั้งคนไข้และญาติ ก็เลยลองคุยกับหมอที่รู้จักกัน เขาก็แนะนำให้พาคุณพ่อไปหาหมอด้านระบบประสาท เราจึงได้เริ่มหาข้อมูลและเจอว่ามีการรักษาโดยใช้เทคโนโลยี TMS ก็เลยตัดสินใจพาคุณพ่อมาที่ รพ.รามคำแหง และได้มาคุยกับคุณหมออริยาจึงรู้สึกว่าน่าจะเป็นแนวทางการรักษาที่โอเค และสะดวกมากเพราะคนไข้ก็ไม่จำเป็นต้องแอดมิท แค่มาทำ TMS ในวันรุ่งขึ้นตามที่คุณหมอนัด เมื่อทำ TMS ไป 2 ครั้งก็เห็นผลเลยว่าคุณพ่อเริ่มกลืนได้ ที่จริงต้องบอกว่าตั้งแต่ทำครั้งแรกเสร็จแล้วคุณหมอลองให้ทดสอบด้วยการกลืนน้ำคุณพ่อก็เริ่มกลืนได้แล้ว จากที่ก่อนหน้านี้น้ำก็ไม่สามารถกลืนได้เพราะจะสำลักออกมาตลอด เพียงแต่ว่าหลังจากทำครั้งแรก คุณพ่อก็ยังมีอาการเจ็บคอแล้วก็ยังมีเสมหะ เพราะพอใส่สายนานก็เริ่มติดเชื้อ คุณหมอก็เลยให้ยาฆ่าเชื้อไปกิน แล้วอีก 2 วันก็นัดคุณพ่อมาทำ TMS ใหม่ ซึ่งระหว่างรอทำครั้งที่ 2 ก็ได้สั่งอาหารเหลวของโรงพยาบาลให้คุณพ่อผ่านทางสายอาหารไปก่อน แต่พอทำครั้งที่ 2 เสร็จก็สามารถถอดสายอาหารได้เลย เพราะคุณพ่อกลับมากลืนได้ เริ่มกินข้าวต้มได้ แต่ตอนนั้นคุณหมอก็บอกไว้ว่าเวลากลืนให้ก้มหน้า แต่คุณพ่อก็ไม่มีปัญหาเรื่องสำลักอีกเลย ซึ่งทั้งคนไข้ทั้งญาติดีใจกันมาก พอทำครั้งที่ 3 ก็สามารถลุกขึ้นนั่งบนที่นอนได้ เพียงแต่ว่ายังต้องมีคนพยุง และยังต้องใช้ Walker เวลาจะเดิน แต่ตอนนี้เสียงก็ดีขึ้นจากที่เสียงแหบ พูดแล้วไม่ได้ยินเสียงเลย ตอนนี้คุยโทรศัพท์ได้ โทรหาเพื่อนได้แล้วค่ะ...”
พญ.อริยา ทิมา ผู้เชี่ยวชาญด้านสมองและระบบประสาท รพ.รามคำแหง อธิบายว่า "ภาวะเส้นเลือดในสมองตีบบริเวณก้านสมอง" ส่งผลให้เกิดภาวะอาการทานอาหารหรือดื่มน้ำดื่มนมไม่ได้เลยเพราะจะเกิดการสำลัก อันเป็นผลจากกรณีที่ “สารสื่อประสาทในสมองที่ควบคุมเส้นเสียงไม่ทำงาน” ทำให้ “เส้นเสียงไม่ปิด” ที่มีสาเหตุจากเส้นเลือดตีบและส่งผลต่อระบบประสาท ซึ่งหากกลืนแล้วสำลักออกมาอาจเป็นอันตรายที่เสี่ยงต่อการเสียชีวิตจากการติดเชื้อลงปอด แพทย์จึงต้องใส่สายให้อาหารผ่านจากรูจมูกลงไปที่กระเพาะเพื่อป้องกันการสำลัก “...นอกจากนี้คนไข้ก็ไม่มีเสียง ลิ้นแข็ง พูดไม่ชัด ทรงตัวลำบาก เพราะตำแหน่งที่มีเส้นเลือดตีบที่ก้านสมองจะควบคุมเรื่องการกลืน การสำลัก การสะอึก การพูด แล้วก็การทรงตัวโดยตรง แล้วพอมารับการกระตุ้นโดยใช้เทคโน ฯ TMS ครั้งแรกก็กลับมามีเสียงเลย คือมีการตอบสนองดีมาก...ลูกๆ ของคุณประเสริฐเองก็อยากให้ได้รับการรักษาด้วย TMS โดยอยากให้หมอช่วยกระตุ้นเรื่องการกลืนให้ แต่เคสคุณประเสริฐพอกระตุ้นด้วย TMS ไปครั้งที่ 1 ก็สามารถพูดได้เลย และมีแนวโน้มว่าจะสามารถกินอาหารได้ตั้งแต่ครั้งแรก ก็เป็นเคสที่ถือโชคดีด้วย...”