ศูนย์อัมพาตเฉียบพลัน

ศูนย์อัมพาตเฉียบพลัน

รายชื่อศูนย์การแพทย์หรือคลินิกของโรงพยาบาลรามคำแหง

 

ศูนย์อัมพาตเฉียบพลันโรงพยาบาลรามคำแหง

 

 

ศูนย์สมองที่ให้บริการด้วยเทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพ ช่วยให้แพทย์สามารถมองเห็นความผิดปกติได้อย่างชัดเจนและวางแผนการรักษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเทคโนโลยีการขยายหลอดเลือดตีบที่คอ...ป้องกันอัมพาต

 

 


หลอดเลือดสมองตีบ สาเหตุของการเกิดอัมพาตเฉียบพลัน อาการของผู้ป่วยมีได้หลายรูปแบบ ขึ้นอยู่กับว่าสมองส่วนใดได้รับความสูญเสีย ส่วนมากจะแสดงอาการใบหน้า แขนขาอ่อนแรงซีกใดซีดหนึ่ง มีอาการชา ปากเบี้ยว หน้าเบี้ยว มองเห็นภาพซ้อน เดินเซ ปวดศีรษะรุนแรงฉับพลัน ซึ่งอาการเหล่านี้บ่งบอกว่าอาจจะมีความผิดปกติของโรคหลอดเลือดสมองแตกหรือตีบตัน

 

 

 

สำหรับวิธีการรักษาผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองตีบตันนั้น 

  • การตรวจด้วยเครื่องคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI) ซึ่งสามารถตรวจดูภาพหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงสมองได้ดี
  • การตรวจด้วยเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT SCAN) สามารถบอกได้ว่าหลอดเลือดในสมองมีการแตกหรือตีบตัน
  • การฉีดสีเพื่อดูตำแหน่งของการตีบตันภายในสมองด้วยเครื่อง CATH LAB ภาพที่ได้จะสามารถเห็นมุมของหลอดเลือดสมองขณะทำการรักษาได้ในรูปแบบ 3 มิติ 2 ระนาบ

 

    CATH LAB

 

การตรวจหาหลอดเลือดตีบที่คอสาเหตุของการเกิดอัมพาตเฉียบพลัน
 

สำหรับการตรวจหาความผิดปกติในผู้ป่วยกลุ่มนี้นั้นสามารถตรวจด้วยเทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพหลายอย่าง อาทิ การตรวจด้วยเครื่องเอ็กซเรย์คอมพิวเตอร์ความเร็วสูง หรืออาจตรวจด้วยเครื่องเอ็กซเรย์คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าและโดยเฉพาะการตรวจด้วยเครื่องอัลตร้าซาวด์หลอดเลือด ซึ่งนอกจากจะเป็นการตรวจที่มีประสิทธิภาพและเป็นที่ยอมรับในระดับสากลแล้ว ยังมีความรวดเร็ว เสียค่าใช้จ่ายต่ำกว่าการตรวจด้วยวิธีอื่น ผู้ป่วยไม่ต้องเจ็บตัวด้วย และช่วยให้แพทย์สามารถมองเห็นความผิดปกติได้อย่างชัดเจนและวางแผนการรักษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

 

เทคโนโลยีการขยายหลอดเลือดตีบที่คอ...ป้องกันอัมพาต 
 

โดยนำตัวผู้ป่วยเข้าตรวจด้วยเครื่องเอ็กซเรย์คอมพิวเตอร์เพื่อหาตำแหน่งที่แม่นยำก่อนการรักษาด้วยการทำบอลลูน ลักษณะเดียวกับการขยายหลอดเลือดที่หัวใจการรักษาหลอดเลือดตีบตันด้วยการขยายหลอดเลือดนั้นแพทย์จะใช้อุปกรณ์คล้ายร่มสอดเข้าไปก่อนเพื่อรองรับเศษผนังหลอดเลือดและก้อนเลือดขณะทำการขยายหลอดเลือดเพื่อป้องกันมิให้เศษเล็กเศษน้อยดังกล่าวไหลไปอุดตันหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงสมอง จากนั้นจึงทำการสอดสายสวนเข้าไปยังหลอดเลือดและสอดขดลวดค้ำยันเข้าไป ณ. ตำแหน่งหลอดเลือดเป้าหมายบริเวณลำคอเพื่อค้ำผนังหลอดเลือดไว้และเปิดทางให้เลือดไหลได้สะดวกตามปกติ 

 

     

 

 

 

 

 

 

เสียงจากผู้รับบริการ

คุณประเสริฐ ตีทอง

 

 

 

ต้องบอกว่าทำ TMS ไปแค่ 2 ครั้ง ใช้เวลาแค่ 2 วัน ชีวิตเปลี่ยนทันที คือเป็นการรักษาที่ทำให้คุณภาพชีวิตเรากลับมาเป็นเหมือนเดิมได้จริงๆ ภายในเวลาแค่ 2 วันเท่านั้นเอง

คุณธิดารัตน์  ตีทอง (ลูกสาวให้ข้อมูล)

มีโรคประจำตัวคือ “ความดันโลหิตสูง” ได้เกิดภาวะอาการทานอาหาร น้ำ หรือแม้กระทั่งนมก็ไม่ได้ ลองฝืนทานหรือดื่มเข้าไปเป็นต้องสำลักและอาเจียนออกมา จึงได้พาไปเข้ารับการรักษาโดยเป็นผู้ป่วยในที่ในโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง แต่เมื่อหมอให้กลับไปพักอยู่ที่บ้านได้เพียง 2 สัปดาห์อาการเวียนศีรษะก็กลับมารังควานอีก

 “...เรารู้สึกว่าคุณภาพชีวิตมันแย่ หมอก็บอกว่าถ้าคุณพ่อเป็นอย่างนี้ต้องมีคนดูแลนะ เราก็เลยจ้างคนมาคอยดูแล เพราะเวลาเขานั่งอยู่เดี๋ยวๆ ก็มีเสมหะ ก็ต้องประคองเขาลุกขึ้นมา คือต้องมีคนเฝ้าตลอดทั้งคืน บางทีกลางคืนก็จะมีเสียงครืดๆ อยู่ในคอ แล้วพอใส่สายอาหารมาหลายวันก็เริ่มมีแผลกดทับที่ก้นเพราะว่านอนนาน...คือทุกครั้งที่สะอึก ทั้งคนไข้ทั้งญาติก็จะรู้สึกว่า เฮ้ย...อีกแล้วเหรอ เพราะสะอึกแต่ละครั้งใช้เวลาหลายชั่วโมง กว่าจะหยุด ซึ่งทำให้สภาพจิตใจทั้งของคนไข้และญาติแย่ไปหมด เลยมาคิดว่าถ้ากินยาให้หยุดสะอึกไม่หาย ต้องฉีดยาคลายเครียดให้นอนหลับอย่างเดียว รักษาแบบนี้มันไม่น่าจะใช่ เพราะอยู่โรงพยาบาลมา 10 วันไม่มีอะไรดีขึ้นเลย...ทรมานมากทั้งคนไข้และญาติ ก็เลยลองคุยกับหมอที่รู้จักกัน เขาก็แนะนำให้พาคุณพ่อไปหาหมอด้านระบบประสาท เราจึงได้เริ่มหาข้อมูลและเจอว่ามีการรักษาโดยใช้เทคโนโลยี TMS ก็เลยตัดสินใจพาคุณพ่อมาที่ รพ.รามคำแหง และได้มาคุยกับคุณหมออริยาจึงรู้สึกว่าน่าจะเป็นแนวทางการรักษาที่โอเค และสะดวกมากเพราะคนไข้ก็ไม่จำเป็นต้องแอดมิท แค่มาทำ TMS ในวันรุ่งขึ้นตามที่คุณหมอนัด เมื่อทำ TMS ไป 2 ครั้งก็เห็นผลเลยว่าคุณพ่อเริ่มกลืนได้ ที่จริงต้องบอกว่าตั้งแต่ทำครั้งแรกเสร็จแล้วคุณหมอลองให้ทดสอบด้วยการกลืนน้ำคุณพ่อก็เริ่มกลืนได้แล้ว จากที่ก่อนหน้านี้น้ำก็ไม่สามารถกลืนได้เพราะจะสำลักออกมาตลอด เพียงแต่ว่าหลังจากทำครั้งแรก คุณพ่อก็ยังมีอาการเจ็บคอแล้วก็ยังมีเสมหะ เพราะพอใส่สายนานก็เริ่มติดเชื้อ คุณหมอก็เลยให้ยาฆ่าเชื้อไปกิน แล้วอีก 2 วันก็นัดคุณพ่อมาทำ TMS ใหม่ ซึ่งระหว่างรอทำครั้งที่ 2 ก็ได้สั่งอาหารเหลวของโรงพยาบาลให้คุณพ่อผ่านทางสายอาหารไปก่อน แต่พอทำครั้งที่ 2 เสร็จก็สามารถถอดสายอาหารได้เลย เพราะคุณพ่อกลับมากลืนได้ เริ่มกินข้าวต้มได้ แต่ตอนนั้นคุณหมอก็บอกไว้ว่าเวลากลืนให้ก้มหน้า แต่คุณพ่อก็ไม่มีปัญหาเรื่องสำลักอีกเลย ซึ่งทั้งคนไข้ทั้งญาติดีใจกันมาก พอทำครั้งที่ 3 ก็สามารถลุกขึ้นนั่งบนที่นอนได้ เพียงแต่ว่ายังต้องมีคนพยุง และยังต้องใช้ Walker เวลาจะเดิน แต่ตอนนี้เสียงก็ดีขึ้นจากที่เสียงแหบ พูดแล้วไม่ได้ยินเสียงเลย ตอนนี้คุยโทรศัพท์ได้ โทรหาเพื่อนได้แล้วค่ะ...”

พญ.อริยา ทิมา ผู้เชี่ยวชาญด้านสมองและระบบประสาท รพ.รามคำแหง อธิบายว่า "ภาวะเส้นเลือดในสมองตีบบริเวณก้านสมอง" ส่งผลให้เกิดภาวะอาการทานอาหารหรือดื่มน้ำดื่มนมไม่ได้เลยเพราะจะเกิดการสำลัก อันเป็นผลจากกรณีที่ “สารสื่อประสาทในสมองที่ควบคุมเส้นเสียงไม่ทำงาน” ทำให้ “เส้นเสียงไม่ปิด” ที่มีสาเหตุจากเส้นเลือดตีบและส่งผลต่อระบบประสาท ซึ่งหากกลืนแล้วสำลักออกมาอาจเป็นอันตรายที่เสี่ยงต่อการเสียชีวิตจากการติดเชื้อลงปอด แพทย์จึงต้องใส่สายให้อาหารผ่านจากรูจมูกลงไปที่กระเพาะเพื่อป้องกันการสำลัก “...นอกจากนี้คนไข้ก็ไม่มีเสียง ลิ้นแข็ง พูดไม่ชัด ทรงตัวลำบาก เพราะตำแหน่งที่มีเส้นเลือดตีบที่ก้านสมองจะควบคุมเรื่องการกลืน การสำลัก การสะอึก การพูด แล้วก็การทรงตัวโดยตรง แล้วพอมารับการกระตุ้นโดยใช้เทคโน ฯ TMS ครั้งแรกก็กลับมามีเสียงเลย  คือมีการตอบสนองดีมาก...ลูกๆ ของคุณประเสริฐเองก็อยากให้ได้รับการรักษาด้วย TMS โดยอยากให้หมอช่วยกระตุ้นเรื่องการกลืนให้ แต่เคสคุณประเสริฐพอกระตุ้นด้วย TMS ไปครั้งที่ 1 ก็สามารถพูดได้เลย และมีแนวโน้มว่าจะสามารถกินอาหารได้ตั้งแต่ครั้งแรก ก็เป็นเคสที่ถือโชคดีด้วย...”

เสียงจากผู้รับบริการ

ร.อ.ขจิต หัพนานนท์

 

อดีตผู้ป่วยสมองขาดเลือดชั่วคราว

“ ขณะเดินออกกำลังกายรอบเย็นอยู่ที่บ้านตามปกติ คือหลังจากเดินไปแค่ 3-4 ร้อยเมตรก็รู้สึกว่าเหนื่อยเร็วกว่าที่เคย แต่ก็คิดว่าน่าจะเป็นเพราะอากาศร้อนจึงนั่งพักไปราว ๆ 10 กว่านาทีก็ไม่หายเหนื่อยจึงตัดสินใจเลิกเดินเพื่อจะได้ไม่ฝืนกำลังตัวเอง..

..เมื่อถึงเวลาอาหารทานได้ 2-3 คำก็วางช้อน และมานั่งดูทีวีโดยเอาหัวพิงเก้าอี้เพื่อจะได้เอนตัวแต่ความจริงรู้สึกว่าเหนื่อย สักพักภรรยามาคุยและถามอะไรอีกหลายเรื่องก็ตอบไป ซึ่งภรรยาผมได้สงสัยแล้วว่าเหตุใดถามอย่างกลับตอบอีกอย่าง ส่วนผมเองไม่รู้เลยว่าตอบอะไรไปแต่รู้สึกว่ามึนหัว...ง่วงจนจะหลับแต่พอหลับตาก็เหนื่อย...ภรรยาจึงบอกไปหาหมอดีกว่า ระหว่างที่จะลุกขึ้นยืนก็เกิดอาการปลายนิ้วสั่น มือซ้ายชาไปหมด ปลายนิ้วชี้ นิ้วกลาง นิ้วนาง เริ่มชาก็เลยนวด แต่ไม่นานก็ชาไปทั้งแขนขึ้นไปที่ไหล่ จึงเริ่มไหวตัวว่านี่เป็นคลาสสิกเคสของอัมพฤกษ์ ซึ่งผมเคยมีประวัติเส้นเลือดใหญ่ขึ้นสมองอุดตันตรงต้นคอเมื่อปีก่อน ทำให้สงสัยจะเป็นแบบเดิมอีกแล้วโดยอาจจะมีก้อนไขมันหรืออะไรมาอุด...แต่ระหว่างที่นั่งรอรถมารับอยู่ประมาณ 2 นาทีอาการชาก็หายไป พอหายไปปุ๊บก็หายง่วงตาสว่างขึ้นมาทันที…”

 

พญ.อริยา ทิมา แพทย์ผู้ชำนาญการโรคสมองและระบบประสาท รพ.รามคำแหง

 

หลังจากคนไข้เข้าตรวจด้วย “คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า” หรือ MRI Scan แล้วได้ทราบว่า... เส้นเลือดที่เคยตรวจพบมาแล้วได้ตีบไปเพียง 50%...เป็นภาวะ “สมองขาดเลือดชั่วคราว” หรือ TIA จึงปรากฏอาการหลายอย่างขึ้นมาแต่ก็ได้หายไปในเวลาเพียง 5-10 นาที ถือเป็นสัญญาณเตือนของอัมพาตโดยเกิดการตีบที่เส้นเลือดในสมองซีกซ้ายซึ่งเป็นศูนย์ควบคุมเรื่องการสื่อสาร ทำให้คนไข้พูดหรือตอบคำถามไม่ตรงประเด็น อีกทั้งคนไข้เคยมีภาวะเส้นเลือดใหญ่ที่คอตีบอยู่ด้วย  ถ้าตีบเล็กน้อยไม่ว่าจะเป็นที่สมองหรือที่คอ รักษาด้วยการให้ยาต้านเกล็ดเลือดทานพร้อมกับให้น้ำเกลือและปรับลดยาความดันโลหิต ซึ่งในกรณีนี้โชคดีว่าสะเก็ดไขมันไม่ใหญ่มากจึงละลายไปเอง โดยทำให้สมองขาดเลือดแค่ชั่วคราวและหายเองได้  ที่น่าดีใจคือไม่ได้อยู่โดยลำพังขณะเกิดอาการ

โดยสถิติประมาณ 10% ของคนไข้จะมีโอกาสเป็นซ้ำใน 72 ชั่วโมงแรก จึงต้องบอกตัวเองไว้เลยว่า TIA เป็นสัญญาณเตือนอัมพาต เพราะฉะนั้นถ้าเป็นขึ้นมาแล้วถึงจะเกิดขึ้นเพียงชั่วคราว 5-10 นาทีก็แนะนำให้รีบไปโรงพยาบาลโดยเร็วที่สุด

 

 

 

เสียงจากผู้รับบริการ

คุณรติรัตน์ เชื้อแก้ว

อดีตผู้ป่วยระบบประสาทคู่ที่ 5 บนใบหน้าอักเสบ

“หลังผ่าตัดเรารู้สึกว่าดีขึ้นเลย หายเป็นปลิดทิ้ง ไม่มีอาการให้เห็นเลย ใช้ชีวิตตามปกติได้สบาย”

 

มีอาการเกี่ยวกับโรคเส้นประสาทบนใบหน้าอักเสบเกี่ยวกับคู่ที่ 5 เป็นมาประมาณ 5 ปี แต่ว่ามาช่วง 3 เดือนหลังอาการเริ่มหนักขึ้น จากริมฝีปากล่างยาวไปจนถึงบริเวณใบหูล่าง เจ็บมาก ตอนแรกจะรู้สึกเหมือนเสียวฟัน เจ็บฟัน ตอนแรกคิดว่าอาจจะฝันผุ หรือว่ามีอาการเกี่ยวกับฟัน แต่ว่าไม่ใช่
 

โดยโรคจะสัมพันธ์กับการใช้ชีวิตประจำวันต่างๆ อย่างเช่น รับประทานอาหาร การพูดคุย  หรือแค่อ้าปาก ดื่มกาแฟ ดื่มน้ำ หรือว่าอาบน้ำเอามือลูบไปที่หน้าก็ไม่สามารถทำได้แล้ว มันเจ็บมาก เจ็บยิ่งกว่าคลอดลูกอีกโรคนี้ ก็เลยตัดสินใจเข้ารับการผ่าตัด เพราะน้ำหนัก 3 เดือนลดไป 10 กิโลกรัม

 

อยากจะบอกคนที่คิดว่าอาจจะเป็นโรคปลายประสาทคู่ที่ 5 อักเสบ หากมีการสัมผัสที่หน้าหรือว่าลมพัด หรือว่าเอามือลูบที่แก้มแล้วเจ็บ ไม่ต้องรอให้ถึงเคี้ยวข้าวหรือว่าอ้าปากไม่ได้ หรือว่ารอให้ไปถึงถอนฟัน ให้รีบไปพบคุณหมอ 

 

แล้วก็มีโรคหอบหืดเป็นโรคประจำตัว ซึ่งต้องพ่นยาขยายหลอดลมทุกวัน เคยไปปรึกษาคุณหมอที่โรงพยาบาลอื่น ก็ไม่สามารถทำการผ่าตัดได้ จนมาพบคุณหมอเมธี ที่ รพ.รามคำแหง แล้วท่านก็บอกว่าสามารถผ่าได้โดยที่ไม่มีผลข้างเคียง และไม่เป็นอันตราย ก็เลยตัดสินใจผ่าตัดที่ รพ.รามคำแหง

เสียงจากผู้รับบริการ

คุณวนิดา จรกา

อดีตผู้รักษาโรคซึมเศร้าด้วยเทคโนโลยี TMS

“ รู้สึกว่ามันดีขึ้นมันทำให้รู้สึกว่าเราอยากทานแล้วก็นอนหลับได้ จิตใจเราไม่ฟุ้งซ่าน เราไม่ปวดหัว เหมือนเคมีในสมองมันกลับมาปกติ ทำให้เราทำงานได้ปกติเหมือนเดิมค่ะ ก็ดูแลแม่ได้ ช่วยทำงานบ้านได้ ”

 

เริ่มมีอาการตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน ปี 61 นะคะ แล้วมันไม่ไหว มือสั่น ใจสั่น นอนไม่หลับ กินไม่ได้ก็ไปหาหมอที่คลินิกแห่งหนึ่ง หมอก็ให้กินยานอนหลับให้กินสูงสุดถึงประมาณ 15 เม็ด แต่พี่กินไป 5 เม็ด แล้วก็ยังไม่หลับ ที่บ้านบอกว่าหยุดกินได้แล้ว ทีนี้ก็พอช่วงหลังๆ มาจะแบบรู้สึกกลัว ไม่กล้าขับรถใจมันสั่นหวิว เหงื่อออก ตั้งแต่เดือนมกราคมปี 62 มาไม่กล้าขับรถ เหมือนว่าปวดหัวมาก ปวดตามไหล่ ปวดตามบ่า ปวดไปทั้งตัว เหมือนหัวมันจะแตก ไม่อยากอยู่ ต้องแอบไม่อยากเจอใคร เพราะเหมือนว่าเราทำอะไรไม่ได้ เราช่วยดูแลแม่ไม่ได้ คือเพิ่งออกมาจากงานเพื่อจะดูแลแม่ แต่ทำไม่ได้มันก็เลยทำให้ไม่อยากอยู่

แม่ก็รักษาอยู่กับคุณหมออริยา เคยถามท่านว่าโรคแบบนี้ต้องทำยังไง หมอบอกว่าให้ลองทำ TMS ดูเผื่อจะดีขึ้น พอประมาณปลายเดือนกรกฎาคมก็เลยมาหาหมอค่ะ พอดีไม่สบายเป็นไข้ปวดหัวมาก ก็นอนแอดมิทที่ รพ.ประมาณ 3-4 วัน แล้ววันที่ 2 หมอก็ให้ทำ TMS ก็รู้สึกดีขึ้นก็ทานข้าวได้ นอนหลับ แล้วก็วันที่ 3 ก็ทำอีกทีก็ดีขึ้นค่ะ หมอบอกว่าให้ยากระตุ้นด้วยนะคะ

  • รู้จัก STROKE ต้นตอ ของโรคอัมพฤกษ์ อัมพาต

  • โรคหลอดเลือดสมองตีบเฉียบพลัน

  • ฟื้นฟูการทำงานของสมอง ด้วยเทคโนโลยีคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า

  • การผ่าตัดเนื้องอกที่ต่อมใต้สมองแบบส่องกล้อง "แผลเล็ก เจ็บน้อย ฟื้นตัวเร็ว"

  • อาการชาจากสมองบ่งบอกสัญญาณอันตราย

  • หลอดเลือดในสมองตีบเฉียบพลัน รักษาได้โดยไม่ต้องผ่าตัดเปิดกระโหลก

  • อัมพาตในคนอายุน้อย

เสียงจากผู้รับบริการ

คุณประเสริฐ ตีทอง

 

 

 

ต้องบอกว่าทำ TMS ไปแค่ 2 ครั้ง ใช้เวลาแค่ 2 วัน ชีวิตเปลี่ยนทันที คือเป็นการรักษาที่ทำให้คุณภาพชีวิตเรากลับมาเป็นเหมือนเดิมได้จริงๆ ภายในเวลาแค่ 2 วันเท่านั้นเอง

คุณธิดารัตน์  ตีทอง (ลูกสาวให้ข้อมูล)

มีโรคประจำตัวคือ “ความดันโลหิตสูง” ได้เกิดภาวะอาการทานอาหาร น้ำ หรือแม้กระทั่งนมก็ไม่ได้ ลองฝืนทานหรือดื่มเข้าไปเป็นต้องสำลักและอาเจียนออกมา จึงได้พาไปเข้ารับการรักษาโดยเป็นผู้ป่วยในที่ในโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง แต่เมื่อหมอให้กลับไปพักอยู่ที่บ้านได้เพียง 2 สัปดาห์อาการเวียนศีรษะก็กลับมารังควานอีก

 “...เรารู้สึกว่าคุณภาพชีวิตมันแย่ หมอก็บอกว่าถ้าคุณพ่อเป็นอย่างนี้ต้องมีคนดูแลนะ เราก็เลยจ้างคนมาคอยดูแล เพราะเวลาเขานั่งอยู่เดี๋ยวๆ ก็มีเสมหะ ก็ต้องประคองเขาลุกขึ้นมา คือต้องมีคนเฝ้าตลอดทั้งคืน บางทีกลางคืนก็จะมีเสียงครืดๆ อยู่ในคอ แล้วพอใส่สายอาหารมาหลายวันก็เริ่มมีแผลกดทับที่ก้นเพราะว่านอนนาน...คือทุกครั้งที่สะอึก ทั้งคนไข้ทั้งญาติก็จะรู้สึกว่า เฮ้ย...อีกแล้วเหรอ เพราะสะอึกแต่ละครั้งใช้เวลาหลายชั่วโมง กว่าจะหยุด ซึ่งทำให้สภาพจิตใจทั้งของคนไข้และญาติแย่ไปหมด เลยมาคิดว่าถ้ากินยาให้หยุดสะอึกไม่หาย ต้องฉีดยาคลายเครียดให้นอนหลับอย่างเดียว รักษาแบบนี้มันไม่น่าจะใช่ เพราะอยู่โรงพยาบาลมา 10 วันไม่มีอะไรดีขึ้นเลย...ทรมานมากทั้งคนไข้และญาติ ก็เลยลองคุยกับหมอที่รู้จักกัน เขาก็แนะนำให้พาคุณพ่อไปหาหมอด้านระบบประสาท เราจึงได้เริ่มหาข้อมูลและเจอว่ามีการรักษาโดยใช้เทคโนโลยี TMS ก็เลยตัดสินใจพาคุณพ่อมาที่ รพ.รามคำแหง และได้มาคุยกับคุณหมออริยาจึงรู้สึกว่าน่าจะเป็นแนวทางการรักษาที่โอเค และสะดวกมากเพราะคนไข้ก็ไม่จำเป็นต้องแอดมิท แค่มาทำ TMS ในวันรุ่งขึ้นตามที่คุณหมอนัด เมื่อทำ TMS ไป 2 ครั้งก็เห็นผลเลยว่าคุณพ่อเริ่มกลืนได้ ที่จริงต้องบอกว่าตั้งแต่ทำครั้งแรกเสร็จแล้วคุณหมอลองให้ทดสอบด้วยการกลืนน้ำคุณพ่อก็เริ่มกลืนได้แล้ว จากที่ก่อนหน้านี้น้ำก็ไม่สามารถกลืนได้เพราะจะสำลักออกมาตลอด เพียงแต่ว่าหลังจากทำครั้งแรก คุณพ่อก็ยังมีอาการเจ็บคอแล้วก็ยังมีเสมหะ เพราะพอใส่สายนานก็เริ่มติดเชื้อ คุณหมอก็เลยให้ยาฆ่าเชื้อไปกิน แล้วอีก 2 วันก็นัดคุณพ่อมาทำ TMS ใหม่ ซึ่งระหว่างรอทำครั้งที่ 2 ก็ได้สั่งอาหารเหลวของโรงพยาบาลให้คุณพ่อผ่านทางสายอาหารไปก่อน แต่พอทำครั้งที่ 2 เสร็จก็สามารถถอดสายอาหารได้เลย เพราะคุณพ่อกลับมากลืนได้ เริ่มกินข้าวต้มได้ แต่ตอนนั้นคุณหมอก็บอกไว้ว่าเวลากลืนให้ก้มหน้า แต่คุณพ่อก็ไม่มีปัญหาเรื่องสำลักอีกเลย ซึ่งทั้งคนไข้ทั้งญาติดีใจกันมาก พอทำครั้งที่ 3 ก็สามารถลุกขึ้นนั่งบนที่นอนได้ เพียงแต่ว่ายังต้องมีคนพยุง และยังต้องใช้ Walker เวลาจะเดิน แต่ตอนนี้เสียงก็ดีขึ้นจากที่เสียงแหบ พูดแล้วไม่ได้ยินเสียงเลย ตอนนี้คุยโทรศัพท์ได้ โทรหาเพื่อนได้แล้วค่ะ...”

พญ.อริยา ทิมา ผู้เชี่ยวชาญด้านสมองและระบบประสาท รพ.รามคำแหง อธิบายว่า "ภาวะเส้นเลือดในสมองตีบบริเวณก้านสมอง" ส่งผลให้เกิดภาวะอาการทานอาหารหรือดื่มน้ำดื่มนมไม่ได้เลยเพราะจะเกิดการสำลัก อันเป็นผลจากกรณีที่ “สารสื่อประสาทในสมองที่ควบคุมเส้นเสียงไม่ทำงาน” ทำให้ “เส้นเสียงไม่ปิด” ที่มีสาเหตุจากเส้นเลือดตีบและส่งผลต่อระบบประสาท ซึ่งหากกลืนแล้วสำลักออกมาอาจเป็นอันตรายที่เสี่ยงต่อการเสียชีวิตจากการติดเชื้อลงปอด แพทย์จึงต้องใส่สายให้อาหารผ่านจากรูจมูกลงไปที่กระเพาะเพื่อป้องกันการสำลัก “...นอกจากนี้คนไข้ก็ไม่มีเสียง ลิ้นแข็ง พูดไม่ชัด ทรงตัวลำบาก เพราะตำแหน่งที่มีเส้นเลือดตีบที่ก้านสมองจะควบคุมเรื่องการกลืน การสำลัก การสะอึก การพูด แล้วก็การทรงตัวโดยตรง แล้วพอมารับการกระตุ้นโดยใช้เทคโน ฯ TMS ครั้งแรกก็กลับมามีเสียงเลย  คือมีการตอบสนองดีมาก...ลูกๆ ของคุณประเสริฐเองก็อยากให้ได้รับการรักษาด้วย TMS โดยอยากให้หมอช่วยกระตุ้นเรื่องการกลืนให้ แต่เคสคุณประเสริฐพอกระตุ้นด้วย TMS ไปครั้งที่ 1 ก็สามารถพูดได้เลย และมีแนวโน้มว่าจะสามารถกินอาหารได้ตั้งแต่ครั้งแรก ก็เป็นเคสที่ถือโชคดีด้วย...”

เสียงจากผู้รับบริการ

ร.อ.ขจิต หัพนานนท์

 

อดีตผู้ป่วยสมองขาดเลือดชั่วคราว

“ ขณะเดินออกกำลังกายรอบเย็นอยู่ที่บ้านตามปกติ คือหลังจากเดินไปแค่ 3-4 ร้อยเมตรก็รู้สึกว่าเหนื่อยเร็วกว่าที่เคย แต่ก็คิดว่าน่าจะเป็นเพราะอากาศร้อนจึงนั่งพักไปราว ๆ 10 กว่านาทีก็ไม่หายเหนื่อยจึงตัดสินใจเลิกเดินเพื่อจะได้ไม่ฝืนกำลังตัวเอง..

..เมื่อถึงเวลาอาหารทานได้ 2-3 คำก็วางช้อน และมานั่งดูทีวีโดยเอาหัวพิงเก้าอี้เพื่อจะได้เอนตัวแต่ความจริงรู้สึกว่าเหนื่อย สักพักภรรยามาคุยและถามอะไรอีกหลายเรื่องก็ตอบไป ซึ่งภรรยาผมได้สงสัยแล้วว่าเหตุใดถามอย่างกลับตอบอีกอย่าง ส่วนผมเองไม่รู้เลยว่าตอบอะไรไปแต่รู้สึกว่ามึนหัว...ง่วงจนจะหลับแต่พอหลับตาก็เหนื่อย...ภรรยาจึงบอกไปหาหมอดีกว่า ระหว่างที่จะลุกขึ้นยืนก็เกิดอาการปลายนิ้วสั่น มือซ้ายชาไปหมด ปลายนิ้วชี้ นิ้วกลาง นิ้วนาง เริ่มชาก็เลยนวด แต่ไม่นานก็ชาไปทั้งแขนขึ้นไปที่ไหล่ จึงเริ่มไหวตัวว่านี่เป็นคลาสสิกเคสของอัมพฤกษ์ ซึ่งผมเคยมีประวัติเส้นเลือดใหญ่ขึ้นสมองอุดตันตรงต้นคอเมื่อปีก่อน ทำให้สงสัยจะเป็นแบบเดิมอีกแล้วโดยอาจจะมีก้อนไขมันหรืออะไรมาอุด...แต่ระหว่างที่นั่งรอรถมารับอยู่ประมาณ 2 นาทีอาการชาก็หายไป พอหายไปปุ๊บก็หายง่วงตาสว่างขึ้นมาทันที…”

 

พญ.อริยา ทิมา แพทย์ผู้ชำนาญการโรคสมองและระบบประสาท รพ.รามคำแหง

 

หลังจากคนไข้เข้าตรวจด้วย “คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า” หรือ MRI Scan แล้วได้ทราบว่า... เส้นเลือดที่เคยตรวจพบมาแล้วได้ตีบไปเพียง 50%...เป็นภาวะ “สมองขาดเลือดชั่วคราว” หรือ TIA จึงปรากฏอาการหลายอย่างขึ้นมาแต่ก็ได้หายไปในเวลาเพียง 5-10 นาที ถือเป็นสัญญาณเตือนของอัมพาตโดยเกิดการตีบที่เส้นเลือดในสมองซีกซ้ายซึ่งเป็นศูนย์ควบคุมเรื่องการสื่อสาร ทำให้คนไข้พูดหรือตอบคำถามไม่ตรงประเด็น อีกทั้งคนไข้เคยมีภาวะเส้นเลือดใหญ่ที่คอตีบอยู่ด้วย  ถ้าตีบเล็กน้อยไม่ว่าจะเป็นที่สมองหรือที่คอ รักษาด้วยการให้ยาต้านเกล็ดเลือดทานพร้อมกับให้น้ำเกลือและปรับลดยาความดันโลหิต ซึ่งในกรณีนี้โชคดีว่าสะเก็ดไขมันไม่ใหญ่มากจึงละลายไปเอง โดยทำให้สมองขาดเลือดแค่ชั่วคราวและหายเองได้  ที่น่าดีใจคือไม่ได้อยู่โดยลำพังขณะเกิดอาการ

โดยสถิติประมาณ 10% ของคนไข้จะมีโอกาสเป็นซ้ำใน 72 ชั่วโมงแรก จึงต้องบอกตัวเองไว้เลยว่า TIA เป็นสัญญาณเตือนอัมพาต เพราะฉะนั้นถ้าเป็นขึ้นมาแล้วถึงจะเกิดขึ้นเพียงชั่วคราว 5-10 นาทีก็แนะนำให้รีบไปโรงพยาบาลโดยเร็วที่สุด

 

 

 

เสียงจากผู้รับบริการ

คุณรติรัตน์ เชื้อแก้ว

อดีตผู้ป่วยระบบประสาทคู่ที่ 5 บนใบหน้าอักเสบ

“หลังผ่าตัดเรารู้สึกว่าดีขึ้นเลย หายเป็นปลิดทิ้ง ไม่มีอาการให้เห็นเลย ใช้ชีวิตตามปกติได้สบาย”

 

มีอาการเกี่ยวกับโรคเส้นประสาทบนใบหน้าอักเสบเกี่ยวกับคู่ที่ 5 เป็นมาประมาณ 5 ปี แต่ว่ามาช่วง 3 เดือนหลังอาการเริ่มหนักขึ้น จากริมฝีปากล่างยาวไปจนถึงบริเวณใบหูล่าง เจ็บมาก ตอนแรกจะรู้สึกเหมือนเสียวฟัน เจ็บฟัน ตอนแรกคิดว่าอาจจะฝันผุ หรือว่ามีอาการเกี่ยวกับฟัน แต่ว่าไม่ใช่
 

โดยโรคจะสัมพันธ์กับการใช้ชีวิตประจำวันต่างๆ อย่างเช่น รับประทานอาหาร การพูดคุย  หรือแค่อ้าปาก ดื่มกาแฟ ดื่มน้ำ หรือว่าอาบน้ำเอามือลูบไปที่หน้าก็ไม่สามารถทำได้แล้ว มันเจ็บมาก เจ็บยิ่งกว่าคลอดลูกอีกโรคนี้ ก็เลยตัดสินใจเข้ารับการผ่าตัด เพราะน้ำหนัก 3 เดือนลดไป 10 กิโลกรัม

 

อยากจะบอกคนที่คิดว่าอาจจะเป็นโรคปลายประสาทคู่ที่ 5 อักเสบ หากมีการสัมผัสที่หน้าหรือว่าลมพัด หรือว่าเอามือลูบที่แก้มแล้วเจ็บ ไม่ต้องรอให้ถึงเคี้ยวข้าวหรือว่าอ้าปากไม่ได้ หรือว่ารอให้ไปถึงถอนฟัน ให้รีบไปพบคุณหมอ 

 

แล้วก็มีโรคหอบหืดเป็นโรคประจำตัว ซึ่งต้องพ่นยาขยายหลอดลมทุกวัน เคยไปปรึกษาคุณหมอที่โรงพยาบาลอื่น ก็ไม่สามารถทำการผ่าตัดได้ จนมาพบคุณหมอเมธี ที่ รพ.รามคำแหง แล้วท่านก็บอกว่าสามารถผ่าได้โดยที่ไม่มีผลข้างเคียง และไม่เป็นอันตราย ก็เลยตัดสินใจผ่าตัดที่ รพ.รามคำแหง

เสียงจากผู้รับบริการ

คุณวนิดา จรกา

อดีตผู้รักษาโรคซึมเศร้าด้วยเทคโนโลยี TMS

“ รู้สึกว่ามันดีขึ้นมันทำให้รู้สึกว่าเราอยากทานแล้วก็นอนหลับได้ จิตใจเราไม่ฟุ้งซ่าน เราไม่ปวดหัว เหมือนเคมีในสมองมันกลับมาปกติ ทำให้เราทำงานได้ปกติเหมือนเดิมค่ะ ก็ดูแลแม่ได้ ช่วยทำงานบ้านได้ ”

 

เริ่มมีอาการตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน ปี 61 นะคะ แล้วมันไม่ไหว มือสั่น ใจสั่น นอนไม่หลับ กินไม่ได้ก็ไปหาหมอที่คลินิกแห่งหนึ่ง หมอก็ให้กินยานอนหลับให้กินสูงสุดถึงประมาณ 15 เม็ด แต่พี่กินไป 5 เม็ด แล้วก็ยังไม่หลับ ที่บ้านบอกว่าหยุดกินได้แล้ว ทีนี้ก็พอช่วงหลังๆ มาจะแบบรู้สึกกลัว ไม่กล้าขับรถใจมันสั่นหวิว เหงื่อออก ตั้งแต่เดือนมกราคมปี 62 มาไม่กล้าขับรถ เหมือนว่าปวดหัวมาก ปวดตามไหล่ ปวดตามบ่า ปวดไปทั้งตัว เหมือนหัวมันจะแตก ไม่อยากอยู่ ต้องแอบไม่อยากเจอใคร เพราะเหมือนว่าเราทำอะไรไม่ได้ เราช่วยดูแลแม่ไม่ได้ คือเพิ่งออกมาจากงานเพื่อจะดูแลแม่ แต่ทำไม่ได้มันก็เลยทำให้ไม่อยากอยู่

แม่ก็รักษาอยู่กับคุณหมออริยา เคยถามท่านว่าโรคแบบนี้ต้องทำยังไง หมอบอกว่าให้ลองทำ TMS ดูเผื่อจะดีขึ้น พอประมาณปลายเดือนกรกฎาคมก็เลยมาหาหมอค่ะ พอดีไม่สบายเป็นไข้ปวดหัวมาก ก็นอนแอดมิทที่ รพ.ประมาณ 3-4 วัน แล้ววันที่ 2 หมอก็ให้ทำ TMS ก็รู้สึกดีขึ้นก็ทานข้าวได้ นอนหลับ แล้วก็วันที่ 3 ก็ทำอีกทีก็ดีขึ้นค่ะ หมอบอกว่าให้ยากระตุ้นด้วยนะคะ