Messenger

แผนกฟื้นฟูสมรรถภาพหัวใจ ปอดและการออกกำลังกาย

รายชื่อศูนย์การแพทย์หรือคลินิกของโรงพยาบาลรามคำแหง

 แผนกฟื้นฟูสมรรถภาพหัวใจและปอด

 

 

     แผนกฟื้นฟูสมรรถภาพหัวใจและปอด โรงพยาบาลรามคำแหง พร้อมใส่ใจดูแลสุขภาพของท่านโดยผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาตร์การกีฬา ผศ.ดร.สิทธา พงษ์พิบูลย์ พร้อมบุคลากรการแพทย์ที่มีความรู้ ความชำนาญเฉพาะทางให้ความรู้กับผู้ป่วย
 

พร้อมด้วยโปรแกรมฟื้นฟูจากผู้ชำนาญการด้านการออกกำลังกาย

  • ด้วยอุปกรณ์การออกกำลังกายประสิทธิภาพสูง
  • การทดสอบสมรรถภาพทางกาย
  • เครื่องมือทางการแพทย์ที่ช่วยเฝ้าระวังความผิดปกติระหว่างการออกกำลังกาย

 


 


มอบโอกาสกับชีวิต​ เพื่อให้กลับมาทำฝันที่หัวใจต้องการอีกครั้ง

 

 

 

 

 

การฟื้นฟูสมรรถภาพหัวใจและปอด

     การฟื้นฟูสมรรถภาพหัวใจและปอด (Cardiac Rehabilitation) เป็นกระบวนการที่สำคัญและจำเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งช่วยให้ผู้ป่วยโรคหัวใจ โรคปอด โรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูงผ่อนคลายกังวล กลับมาใช้ชีวิตและออกกำลังกายได้อย่างมั่นใจอีกครั้ง

 

แผนกฟื้นฟูสมรรถภาพหัวใจ ปอดและการออกกำลังกาย ช่วยให้หัวใจแข็งแรงได้อย่างไร?  

     แผนกฟื้นฟูสมรรถภาพหัวใจ ปอด และการออกกำลังกาย ออกแบบโปรแกรมเฉพาะบุคคล เพื่อเสริมสร้างสุขภาพกายใจให้ผู้ป่วยดีขึ้น ควบคุมอาการ และลดโอกาสเกิดโรคซ้ำ นอกจากนี้ยัง ให้บริการทดสอบสมรรถภาพและให้คำปรึกษาแก่นักกีฬา รวมถึงผู้สนใจดูแลสุขภาพ เพื่อให้ทุกคนออกกำลังกายได้อย่างเหมาะสม

 

ใครบ้างที่ควรเข้ารับการฟื้นฟูสมรรถภาพหัวใจและปอด?

ผู้ป่วยกลุ่มโรคหัวใจ

  • ผู้ป่วยโรคหัวใจขาดเลือด หรือเคยทำการสวนหัวใจ เช่น การขยายหลอดเลือดหัวใจตีบด้วยบอลลูนและการดามขดลวด
  • ผู้ป่วยที่เคยได้รับการผ่าตัดหัวใจ เช่น การผ่าตัดทำทางเบี่ยงหลอดเลือดหัวใจ (Bypass)
  • ผู้ป่วยที่มีภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ
  • ผู้ป่วยที่ใส่เครื่องกระตุ้นหัวใจด้วยไฟฟ้า
  • ผู้ป่วยที่ใส่เครื่องกระตุกหัวใจ ผู้ที่ต้องการฟื้นฟูสมรรถภาพหัวใจและปอด
  • ผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคปอด โรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน 
  • นักกีฬาที่ต้องการวางแผนการฝึกซ้อมเพื่อการแข่งขัน
  • ผู้ที่สนใจดูแลรักษาสุขภาพโดยการออกกำลังกายได้อย่างเหมาะสมและปลอดภัย 

 

 

 

แผนกฟื้นฟูหัวใจและปอด

 

 

ขั้นตอนในการฟื้นฟูสมรรถภาพหัวใจและปอดเป็นอย่างไร?

แผนกฟื้นฟูสมรรถภาพหัวใจ ปอด และการออกกำลังกาย โรงพยาบาลรามคำแหง พร้อมดูแลด้วยทีมแพทย์และผู้เชี่ยวชาญ พร้อมอุปกรณ์ที่ทันสมัย

 

  • เริ่มต้นด้วยการลงทะเบียนและวัดสัญญาณชีพ รวมถึงคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (ECG) เพื่อประเมินภาวะหัวใจเบื้องต้น.
  • หลังจากนั้น แพทย์จะวิเคราะห์องค์ประกอบร่างกาย สอบถามอาการ และประเมินสมรรถภาพ เพื่อวางแผนและออกแบบโปรแกรมออกกำลังกายเฉพาะบุคคล.
  • เมื่อถึงเวลาออกกำลังกาย เจ้าหน้าที่จะนำวอร์มอัพ และดูแลอย่างใกล้ชิดระหว่างการออกกำลังกาย โดยมีการตรวจสอบอัตราการเต้นของหัวใจและความดันโลหิตอย่างต่อเนื่อง.
  • ข้อมูลการฟื้นฟูจะได้รับการจัดเก็บและส่งต่อให้แพทย์ เพื่อติดตามพัฒนาการและปรับแผนการรักษาต่อไป

 

ทำไมต้องฟื้นฟูสมรรถภาพหัวใจและปอด ที่โรงพยาบาลรามคำแหง?

     แผนกฟื้นฟูสมรรถภาพหัวใจ ปอดและการออกกำลังกาย โรงพยาบาลรามคำแหงเป็นแผนกฟื้นฟูสมรรถภาพหัวใจ ปอดและการออกกำลังกายที่มีความเป็นเลิศ มุ่งเน้นเฉพาะทางเรื่องการฟื้นฟูและดูแลสมรรถภาพหัวใจและปอด ลดโอกาสการกลับมาเป็นซ้ำ แผนกแห่งนี้มีบุคลากรทางการแพทย์ที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญเฉพาะทางเรื่องการฟื้นฟู ดูแลสุขภาพด้วยการออกกำลังกาย รวมถึงให้ความรู้แก่ผู้ป่วยในเรื่องที่เกี่ยวกับโรคหัวใจและปอด

 

อุปกรณ์หรือเครื่องมือสำหรับทดสอบสมรรถภาพทางกาย

     แผนกแห่งนี้ยังเพียบพร้อมด้วยอุปกรณ์การออกกำลังกาย การทดสอบสมรรถภาพทางกาย และเครื่องมือทางการแพทย์ที่ช่วยเฝ้าระวังความผิดปกติระวังการออกกำลังกายและการทดสอบสมรรถภาพทางกายที่มีประสิทธิภาพสูง อาทิ

 

1.  Telemetry Cardiac Rehab Management System

     ระบบ Telemetry cardiac rehab management ช่วยให้ผู้ป่วยฟื้นฟูหัวใจอย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ โดยติดตามคลื่นหัวใจแบบเรียลไทม์ระหว่างออกกำลังกาย ผู้เชี่ยวชาญจะดูแลใกล้ชิดพร้อมเก็บข้อมูลเพื่อวิเคราะห์ความก้าวหน้าและปรับแผนการรักษา ระบบนี้จึงเป็นเครื่องมือสำคัญในการดูแลผู้ป่วยโรคหัวใจ

 

2.  ECG Telemetry Transmitter

     ECG เป็นอุปกรณ์สำหรับเฝ้าระวัง ตรวจสอบ และติดตามภาวะผิดปกติของหัวใจ โดยการดูคลื่นไฟฟ้าหัวใจในขณะที่มีการออกกำลังกาย เพื่อเฝ้าระวังและติดตามภาวะผิดปกติที่อาจจะเกิดขึ้นได้ในขณะออกกำลังกาย

 

3.  Leg Ergometer + BP + spO2

     จักรยานออกกำลังกายที่เชื่อมต่อกับระบบ cardiac rehab management system ช่วยให้ผู้ป่วยฟื้นฟูหัวใจและเสริมสร้างกล้ามเนื้อขาได้อย่างปลอดภัย ระบบจะควบคุมความหนัก พร้อมวัดความดันโลหิตและออกซิเจนในเลือด เพื่อให้การออกกำลังกายเหมาะสม สิ่งนี้ช่วยเพิ่มสมรรถภาพหัวใจและคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

4.  Arm Ergometer + BP + spO2

     จักรยานแขนที่เชื่อมต่อกับระบบ Cardiac Rehab Management System ช่วยให้ผู้ป่วยออกกำลังกายได้อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ โดยระบบจะควบคุมความหนักและเก็บข้อมูลความดันโลหิตกับออกซิเจนในเลือด อุปกรณ์นี้ช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อส่วนบนและลำตัว รวมถึงฟื้นฟูสมรรถภาพหัวใจ เพื่อให้ผู้ป่วยกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างปกติ

 

5.  Treadmill

    ลู่วิ่งช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของร่างกายโดยรวม ทั้งระบบไหลเวียนโลหิต กล้ามเนื้อ การทรงตัว และสมรรถภาพหัวใจ ดังนั้นจึงเหมาะสำหรับการออกกำลังกายเพื่อเพิ่มความอดทนและฟื้นฟูสมรรถภาพ

 

 

 

 

 

6.  Hoist Fitness Multi Station Gym

      multi-station เป็นอุปกรณ์เสริมสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ ผู้ป่วยสามารถใช้อุปกรณ์นี้บริหารกล้ามเนื้อส่วนต่างๆ ได้หลายส่วน โดยสามารถกำหนดท่าออกกำลังกายเพื่อเสริมสร้างและพัฒนากล้ามเนื้อส่วนต่าง ๆ ได้ตามที่ต้องการ

 

7.  Rowing Machine

     อุปกรณ์ออกกำลังกายที่ช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ ผู้ป่วยต้องใช้แขนและขาในการออกกำลังกายควบคู่กันไป การเคลื่อนไหวของร่างกายจะมีทั้งการดึงของแขนและการใช้ขาเพื่อถีบตัวออก ทำให้ผู้ป่วยได้บริหารกล้ามเนื้อทั้งส่วนบนและส่วนล่างของร่างกายไปพร้อมกัน

 

8.  Nustep T4R recumbent

     อุปกรณ์ออกกำลังกายที่มีแรงกระแทกต่ำ เหมาะกับผู้สูงอายุ ผู้ที่มีน้ำหนักตัวเกิน และผู้ที่มีการทรงตัวไม่ดี ผู้ที่ออกกำลังกายจะต้องใช้ทั้งแขนและขาเคลื่อนไหวในการออกกำลังกายไปพร้อมๆ กัน อุปกรณ์นี้ช่วยในการสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อแขนและขา รวมถึงฟื้นฟูและส่งเสริมให้สมรรถภาพหัวใจแข็งแรงมากขึ้นอีกด้วย 

 

9.  Impetus Air Bike

     Impetus Air Bike เป็นอุปกรณ์จักรยานออกกำลังกายแบบที่มีแรงกระแทกต่ำ เหมาะกับผู้สูงอายุ ผู้ที่มีน้ำหนักตัวเกิน และผู้ที่มีการทรงตัวที่ไม่ดี ผู้ที่ออกกำลังกายจะต้องใช้ทั้งแขนและขาเคลื่อนไหวในการออกกำลังกายไปพร้อมๆ กัน อุปกรณ์นี้ช่วยในการสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อแขนและขา รวมถึงฟื้นฟูและส่งเสริมให้สมรรถภาพหัวใจแข็งแรงมากขึ้นอีกด้วย

 

 

** มาเริ่มการเปลี่ยนแปลงที่ดีให้กับสุขภาพของคุณด้วย "Health Start Program" โปรแกรมฟื้นฟูสมรรถภาพหัวใจและปอด คลิก! 
 

 

 

เสียงจากผู้รับบริการ

คุณเกียรติ อัสรางชัย

 

ผู้ป่วยโรคหัวใจที่เข้ารับการฟื้นฟูสมรรถภาพหัวใจ

 

 

"....พอได้มาออกกำลังกายแบบนี้ก็มั่นใจขึ้นว่าจะหลีกเลี่ยงการเกิดอาการเป็นลมหมดสติ หลีกเลี่ยงความเสี่ยงต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้นได้…."

 

มี “ความดันโลหิตสูง” เป็นโรคประจำตัวมานานกว่า 20 ปีแล้วโดยทานยาลดความดันฯ มาตลอด แล้วก็พบว่าเส้นเลือดหัวใจรวม 3 เส้นได้ตีบตันไปราวๆ 75 ถึง 80 เปอร์เซ็นต์ จึงได้เข้ารับการรักษาด้วยการ “ทำบอลลูนขยายเส้นเลือด” ซึ่งทำได้เพียงเส้นเดียวเพราะอีก 2 เส้นมีลักษณะคดโค้งและคุณหมอเห็นว่าอายุมากเกรงว่าจะมีความเสี่ยง จึงพาคุณพ่อไปปรึกษาที่ “รพ.รามคำแหง” ส่งผลให้ได้รับการทำบอลลูนอีก 2 ตำแหน่งและผ่านพ้นไปด้วยความเรียบร้อย...หลังจากนั้นราวครึ่งเดือนได้เข้าคอร์สฟื้นฟูที่ แผนกฟื้นฟูสมรรถภาพหัวใจและปอด” ซึ่งเป็นขั้นตอนอีกอย่างหนึ่งหลังจากได้รับการรักษาจนมีอาการดีขึ้นแล้วด้วยเหตุผลคือ...เพื่อให้สามารถกลับมาทำกิจกรรมต่างๆ ในชีวิตได้ตามปกติ ช่วยเหลือ ดูแลตัวเองได้ดีขึ้น และสามารถควบคุมโรคได้ในระดับที่ปลอดภัย ลดความเสี่ยงในการกลับไปเกิดโรคซ้ำ...

 

“...แต่ละครั้ง อ.สิทธาจะให้ผมออกกำลังกายที่พอเหมาะกับร่างกาย ไม่เหนื่อยเกินไป แล้วก็พอที่ผมจะสามารถทำได้...นอกจากเดินก็ให้ขี่จักรยานออกกำลังขา ให้เดินสายพานในจังหวะที่เร็วกว่าผมเดินเองที่บ้าน เพื่อให้ผมก้าวขาได้ดีขึ้น แล้วก็มีให้ออกกำลังแขนโดยการดึงยางยืด ยืดเข้ายืดออก เพื่อให้กล้ามเนื้อแขนและไหล่แข็งแรงขึ้นด้วย แต่ละอย่างก็ใช้เวลาประมาณ 15-20 นาที ก่อนหน้านี้ผมไม่ค่อยได้ออกกำลังกายมาก่อน พอได้มาออกกำลังกายแบบนี้ก็มั่นใจขึ้นว่าจะหลีกเลี่ยงการเกิดอาการเป็นลมหมดสติ หลีกเลี่ยงความเสี่ยงต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นได้ ตอนนี้มั่นใจว่าความดันไม่สูงมาก ก็จะทำให้การทำงานของหัวใจไม่หนักเกินไป...ยังคิดว่าจบคอร์สนี้แล้วจะต่ออีกสักคอร์ส คือมาทำ 6 ครั้งๆ ละประมาณ 50 นาที แต่ทำแล้วรู้สึกว่าได้ผลดีจริงๆ ครับ...”

 

ในด้านการฟื้นฟูสมรรถภาพหัวใจและปอด ผศ.ดร.สิทธา พงษ์พิบูลย์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการฟื้นฟูสมรรถภาพหัวใจและปอด, การออกกำลังกายเพื่อรักษาโรค, วิทยาศาสตร์การกีฬาและการออกกำลังกาย รพ.รามคำแหง ระบุว่าอยู่ที่ประมาณ 2-3 เดือน โดยจะมีการประเมินเป็นระยะว่าผู้ป่วยสามารถออกกำลังกาย หรือใช้แรงในระดับที่เหมาะสมได้อย่างปลอดภัยแล้วจริงๆ รวมถึงหัวใจและปอดมีการทำงานที่ดีขึ้นแล้ว เพื่อให้ผู้ป่วยเกิดความมั่นใจที่จะไปออกกำลังกายหรือใช้ชีวิตตามปกติของตนเองได้ “...การออกกำลังกายเพื่อฟื้นฟูสมรรถภาพหัวใจและปอด ต้องออกแบบและวางแผนร่วมกันระหว่างแพทย์ผู้ดูแลรักษาผู้ป่วย กับผู้เชี่ยวชาญ ที่จะช่วยกันพิจารณาพยาธิสภาพของผู้ป่วยแต่ละรายว่าควรออกกำลังกายแบบใด ด้วยอุปกรณ์ชนิดใด ใช้ระยะเวลาในการออกกำลังกายแต่ละครั้งนานเท่าใด ทั้งนี้ยังต้องมีการติดอุปกรณ์ติดตามผลการเต้นของหัวใจ ความดันโลหิต รวมถึงการตอบสนองของร่างกายว่าเป็นไปอย่างที่ควรจะเป็นหรือไม่อย่างใกล้ชิดไปพร้อมกัน เพราะบางกรณี เช่น คนที่กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดอาจเกิดความผิดปกติเมื่อออกกำลังกาย หรือ คนที่เคยหัวใจวายมาก่อน เวลาออกกำลังกายไปถึงจุดหนึ่งแล้วหัวใจอาจจะขาด แรงปั๊มที่ดีทำให้ความดันตก ก็ต้องมีการปรับลดกิจกรรมการออกกำลังกายให้เหมาะสม คือต้องดูกราฟหัวใจให้ค่อยๆ ขึ้นไปเรื่อยๆ ความดันก็ต้องค่อยไต่ขึ้นไป ไม่สูงมาก และไม่มีสัญญาณที่บ่งบอกว่ากล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด...ที่สำคัญอีกคือ... “ต้องมีอุปกรณ์พร้อมสำหรับให้การช่วยเหลือผู้ป่วยได้อย่างทันท่วงที”

 

 

  • การวัดสมรรถภาพความฟิตของร่างกาย ด้วย VO2 Max

  • การฟื้นฟูสมรรถภาพหัวใจและปอดหลังการรักษาโรคหัวใจ

  • คลินิกฟื้นฟูสมรรถภาพหัวใจ ปอด และการออกกำลังกาย

  • การเตรียมความพร้อมก่อนออกกำลังกาย

  • ออกกำลังกาย ช่วยลดเบาหวานได้จริงหรือ?

  • แผนกฟื้นฟูสมรรถภาพหัวใจและปอด โรงพยาบาลรามคำแหง

  • การฟื้นฟูสมรรถภาพหัวใจของผู้ป่วยโรคหัวใจ

  • กล้าที่จะฝันอีกครั้งกับแผนกฟื้นฟูสมรรถภาพหัวใจและปอด รพ.รามคำแหง

เสียงจากผู้รับบริการ

คุณเกียรติ อัสรางชัย

 

ผู้ป่วยโรคหัวใจที่เข้ารับการฟื้นฟูสมรรถภาพหัวใจ

 

 

"....พอได้มาออกกำลังกายแบบนี้ก็มั่นใจขึ้นว่าจะหลีกเลี่ยงการเกิดอาการเป็นลมหมดสติ หลีกเลี่ยงความเสี่ยงต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้นได้…."

 

มี “ความดันโลหิตสูง” เป็นโรคประจำตัวมานานกว่า 20 ปีแล้วโดยทานยาลดความดันฯ มาตลอด แล้วก็พบว่าเส้นเลือดหัวใจรวม 3 เส้นได้ตีบตันไปราวๆ 75 ถึง 80 เปอร์เซ็นต์ จึงได้เข้ารับการรักษาด้วยการ “ทำบอลลูนขยายเส้นเลือด” ซึ่งทำได้เพียงเส้นเดียวเพราะอีก 2 เส้นมีลักษณะคดโค้งและคุณหมอเห็นว่าอายุมากเกรงว่าจะมีความเสี่ยง จึงพาคุณพ่อไปปรึกษาที่ “รพ.รามคำแหง” ส่งผลให้ได้รับการทำบอลลูนอีก 2 ตำแหน่งและผ่านพ้นไปด้วยความเรียบร้อย...หลังจากนั้นราวครึ่งเดือนได้เข้าคอร์สฟื้นฟูที่ แผนกฟื้นฟูสมรรถภาพหัวใจและปอด” ซึ่งเป็นขั้นตอนอีกอย่างหนึ่งหลังจากได้รับการรักษาจนมีอาการดีขึ้นแล้วด้วยเหตุผลคือ...เพื่อให้สามารถกลับมาทำกิจกรรมต่างๆ ในชีวิตได้ตามปกติ ช่วยเหลือ ดูแลตัวเองได้ดีขึ้น และสามารถควบคุมโรคได้ในระดับที่ปลอดภัย ลดความเสี่ยงในการกลับไปเกิดโรคซ้ำ...

 

“...แต่ละครั้ง อ.สิทธาจะให้ผมออกกำลังกายที่พอเหมาะกับร่างกาย ไม่เหนื่อยเกินไป แล้วก็พอที่ผมจะสามารถทำได้...นอกจากเดินก็ให้ขี่จักรยานออกกำลังขา ให้เดินสายพานในจังหวะที่เร็วกว่าผมเดินเองที่บ้าน เพื่อให้ผมก้าวขาได้ดีขึ้น แล้วก็มีให้ออกกำลังแขนโดยการดึงยางยืด ยืดเข้ายืดออก เพื่อให้กล้ามเนื้อแขนและไหล่แข็งแรงขึ้นด้วย แต่ละอย่างก็ใช้เวลาประมาณ 15-20 นาที ก่อนหน้านี้ผมไม่ค่อยได้ออกกำลังกายมาก่อน พอได้มาออกกำลังกายแบบนี้ก็มั่นใจขึ้นว่าจะหลีกเลี่ยงการเกิดอาการเป็นลมหมดสติ หลีกเลี่ยงความเสี่ยงต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นได้ ตอนนี้มั่นใจว่าความดันไม่สูงมาก ก็จะทำให้การทำงานของหัวใจไม่หนักเกินไป...ยังคิดว่าจบคอร์สนี้แล้วจะต่ออีกสักคอร์ส คือมาทำ 6 ครั้งๆ ละประมาณ 50 นาที แต่ทำแล้วรู้สึกว่าได้ผลดีจริงๆ ครับ...”

 

ในด้านการฟื้นฟูสมรรถภาพหัวใจและปอด ผศ.ดร.สิทธา พงษ์พิบูลย์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการฟื้นฟูสมรรถภาพหัวใจและปอด, การออกกำลังกายเพื่อรักษาโรค, วิทยาศาสตร์การกีฬาและการออกกำลังกาย รพ.รามคำแหง ระบุว่าอยู่ที่ประมาณ 2-3 เดือน โดยจะมีการประเมินเป็นระยะว่าผู้ป่วยสามารถออกกำลังกาย หรือใช้แรงในระดับที่เหมาะสมได้อย่างปลอดภัยแล้วจริงๆ รวมถึงหัวใจและปอดมีการทำงานที่ดีขึ้นแล้ว เพื่อให้ผู้ป่วยเกิดความมั่นใจที่จะไปออกกำลังกายหรือใช้ชีวิตตามปกติของตนเองได้ “...การออกกำลังกายเพื่อฟื้นฟูสมรรถภาพหัวใจและปอด ต้องออกแบบและวางแผนร่วมกันระหว่างแพทย์ผู้ดูแลรักษาผู้ป่วย กับผู้เชี่ยวชาญ ที่จะช่วยกันพิจารณาพยาธิสภาพของผู้ป่วยแต่ละรายว่าควรออกกำลังกายแบบใด ด้วยอุปกรณ์ชนิดใด ใช้ระยะเวลาในการออกกำลังกายแต่ละครั้งนานเท่าใด ทั้งนี้ยังต้องมีการติดอุปกรณ์ติดตามผลการเต้นของหัวใจ ความดันโลหิต รวมถึงการตอบสนองของร่างกายว่าเป็นไปอย่างที่ควรจะเป็นหรือไม่อย่างใกล้ชิดไปพร้อมกัน เพราะบางกรณี เช่น คนที่กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดอาจเกิดความผิดปกติเมื่อออกกำลังกาย หรือ คนที่เคยหัวใจวายมาก่อน เวลาออกกำลังกายไปถึงจุดหนึ่งแล้วหัวใจอาจจะขาด แรงปั๊มที่ดีทำให้ความดันตก ก็ต้องมีการปรับลดกิจกรรมการออกกำลังกายให้เหมาะสม คือต้องดูกราฟหัวใจให้ค่อยๆ ขึ้นไปเรื่อยๆ ความดันก็ต้องค่อยไต่ขึ้นไป ไม่สูงมาก และไม่มีสัญญาณที่บ่งบอกว่ากล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด...ที่สำคัญอีกคือ... “ต้องมีอุปกรณ์พร้อมสำหรับให้การช่วยเหลือผู้ป่วยได้อย่างทันท่วงที”