Messenger

โรค NPH หรือ โรคภาวะน้ำคั่งในโพรงสมอง โรคที่ผู้สูงอายุทุกคนมีโอกาสเป็น

July 16 / 2026

น้ำคั่งในโพรงสมอง

 

 

     หลายคนน่าจะเคยเห็นภาพ ชาวสูงอายุเดินแบบเก้กัง ขากาง ๆ เดินได้ไม่ค่อยสะดวกเหมือนจะล้ม บางครั้งก็ปัสสาวะราดไม่รู้ตัว ออกจากบ้านมักต้องใส่แพมเพิร์ส ทำอะไรช้า ๆ คิดอะไรช้าลง ความจำเลอะเลือน โดยคนส่วนใหญ่มักคิดว่าคงเป็นเพราะความเสื่อมตามอายุ แต่ในความจริงลักษณะอาการเหล่านี้คือความผิดปกติทางระบบประสาทที่เรียกว่า “ภาวะน้ำคั่งในโพรงสมอง” หรือ “Normal pressure hydrocephalus (NPH)”

 

 

อย่างไรก็ตาม โรคนี้เป็นโรคที่ค่อนข้างใหม่และพึ่งเป็นที่รู้จักเมื่อปี พ.ศ. 2508 ซึ่งเป็นปีเดียวกับที่ อาภัสรา คว้าตำแหน่งนางงามจักรวาล

 

 

เรื่องเข้าใจผิดเกี่ยวกับโรค

     การวินิจฉัยโรคนี้ในอดีตทำได้ยาก ผู้สูงอายุหลายคนเสียโอกาสได้รับการรักษา หรือได้รับการรักษาไปผิดทาง โดยมักได้รับการเข้าใจผิดว่าเป็นโรคพาร์กินสัน สมองเสื่อม อัลไซเมอร์ หรือแม้กระทั้ง กระดูกกดทับเส้นประสาทหรือเข่าเสื่อมจนต้องเข้ารับการผ่าตัดไปในบางราย แต่หากได้รับการวินิจฉัยและรักษาที่ถูกต้องแล้ว ผู้ป่วยสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติในบั้นปลายชีวิต

 

 

น้ำคั่งในโพรงสมอง

 

 

รู้จักกับโพรงสมอง

     โดยปกติโพรงสมอง (Cerebral Ventricle) นั้นวางตัวฝังอยู่ในเนื้อสมองใหญ่ ซึ่งเป็นแหล่งผลิตและกักเก็บน้ำชนิดพิเศษในสมองที่เรียกกันว่า “น้ำไขสันหลัง ” (CSF: cerebrospinal fluid) คำว่า "Ventricle" แปลว่า โพรง หรือ ส่วนโบ๋ในอวัยวะของร่างกายมนุษย์ ในอดีตเคยมีความเชื่อที่ว่าโพรงนี้คือที่อยู่ของวิญญาณ

 

แต่จากการศึกษาในปัจจุบันพบว่า เมื่อผ่าเข้าไปดูในโพรงนี้แล้วกลับแต่กลับพบเจอน้ำใส ๆ แทน ทำให้เรารู้ว่าโพรงนี้คือระบบทางเดินของน้ำในสมอง ซึ่งน้ำในที่นี้ก็คือน้ำไขสันหลังนั่นเอง

 

น้ำไขสันหลังสำคัญอย่างไร

น้ำไขสันหลังที่ปกติจะมีสีใสเหมือนน้ำเปล่ามีหน้าที่สำคัญคอยช่วย

 

  • หล่อเลี้ยงสมอง ช่วยให้สมองลอยอยู่อย่างปลอดภัยในกระโหลกศีรษะ
  • เป็นแหล่งอาหารของสมอง
  • เป็นช่องทางกำจัดของเสียได้
  • ในหนึ่งวันร่างกายสามารถสร้างน้ำไขสันหลังได้โดยเฉลี่ยประมาณ 450-500 มิลลิลิตร

 

ระบบทางเดินน้ำในโพรงสมอง

ระบบทางเดินน้ำในสมองเองจะประกอบด้วยโพรงน้ำที่สำคัญอยู่ทั้งหมด 4 โพรง อยู่แนวกลางของสมองโดยที่มีชื่อไล่ตั้งแต่ด้านบนลงล่าง ได้แก่ lateral ventricle, third ventricle และ fourth ventricle ฃ

 

  • โดยที่ในโพรงเหล่านี้มีอวัยวะที่ชื่อ "คอลลอยด์ เพ็กซัส" คอยผลิตน้ำไขสันหลังออกมา
  • น้ำนี้เองจะไหลจากบนลงล่างตามรูป หลังจากนั้นจะไหลออกมาอยู่ด้านนอกของสมองบริเวณรอบสมองที่เรียกกันว่า "Subarachnoid Space" หรือไหลลงสู่ข้างล่างต่อเนื่องไปตามแนวของช่องไขสันหลังยาวไปจนถึงบริเวณก้นกบ

 

 

 

น้ำคั่งในโพรงสมอง

 

 

ทำไมจึงต้องเจาะน้ำไขสันหลัง

     ถึงตรงนี้หลายคนคงเคยได้ยินเรื่องของการเจาะหลังเพื่อน้ำไขสันหลังมาตรวจก็คงจะเห็นภาพมากขึ้น เนื่องจากน้ำไขสันหลังที่ได้จากส่วนสมองและหลังคือระบบเดียวกันนั่นเอง หลังจากที่น้ำไขสันหลังเดินทางออกจากสมองลงสู่ไขสันหลังแล้ว ก็จะไหลกลับไปที่ส่วนของสมองอีกรอบเพื่อทำการดูดกลับ

 

การดูดกลับของน้ำไขสันหลัง

โดยการดูดกลับของน้ำไขสันหลังนั้นทำได้ผ่านทาง 3 ช่องทาง ดังนี้

 

  • บริเวณส่วนของเยื่อหุ้มสมองตรงแนวกลางของสมองที่เรียกว่า Arachnoid granulation เพื่อลงสู่ระบบหลอดเลือดดำ
  • บริเวณฐานกะโหลกศีรษะด้านหน้า เพื่อลงสู่ระบบน้ำเหลืองของเยื่อบุจมูก
  • ผ่านทางช่องว่างเล็ก ๆ ระหว่างเส้นเลือดแดงที่อยู่รายรอบที่ผิวสมอง (Glymphatic system)

 

 

ร่างกายมีระบบอัตโนมัติที่สร้างสมดุลน้ำและการดูดกลับของน้ำให้เท่ากัน  ทำให้เรามีน้ำในสมองไม่มากหรือน้อยเกินไป

 

 

สาเหตุโรค NPH หรือภาวะน้ำคั่งในโพรงสมอง

     ปัจจุบันยังไม่ทราบสาเหตุที่ชัดเจน ส่วนใหญ่เรามักเจอโรคนี้ ประมาณ 3 เปอร์เซ็นต์ กรณีของผู้ที่มีอายุมากกว่า 65 ปีขึ้นไปก็เป็นไปได้ที่สมองจะสร้างและดูดกลับของน้ำไขสันหลังที่ไม่ดี ทำให้ปริมาณของน้ำที่คงค้างอยู่ในสมองมีมากกว่าปกติ

 

 ปัจจัยใดบ้าง

ปัจจุบันมีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่อธิบาย การคั่งของน้ำในโพรงสมองว่า น่าจะเกิดจากหลายปัจจัย เช่น

 

  • ระบบการดูดกลับของน้ำไขสันหลังตรงบริเวณ Arachnoid villi
  • การทำงานระบบ Glymphatic ทำได้ลดลง  ร่วมกับมีการเคลื่อนที่ย้อนทางของ CSF กลับเข้าสู่ Ventricle มากผิดปกติ (Retrograde aqueductal flow) จากการเพิ่มขึ้นของ CSF Pulsatility ในอายุที่เพิ่มมากขึ้น ซึ่งน้ำที่คั่งมากขึ้นนี้เอง จะนำไปสู่ภาวะขาดเลือดและออกซิเจนในสมองของสมองโดยผ่านกลไกของการอักเสบ

 

 

ความผิดปกติของเมตาบอลิซึ่ม รวมถึงแนวกั้นระหว่างเลือดกับสมอง ซึ่งโดยรวมแล้วจะทำให้เกิดลักษณะของโพรงน้ำในสมองที่โตขึ้นมากกว่าปกติ และทำให้อาการผิดปกติของระบบประสาทตามมาได้

 

 

โรคน้ำคั่งในโพรงสมอง

 

โรคน้ำคั่งในโพรงสมอง

 

การวินิจฉัยโรค NPH หรือภาวะน้ำคั่งในโพรงสมอง

การวินิจฉัยโรค NPH หรือ ภาวะน้ำคั่งในโพรงสมอง ใช้อาการและอาการแสดงเป็นสิ่งสำคัญ โดยที่กลุ่มอาการของโรคนี้ มักจะเริ่มจากอาการ

 

  • เดินลำบากที่ไม่ได้เกิดจากการอ่อนแรง: แต่เป็นลักษณะก้าวขาไม่ออก เหมือนมีกาวมาทาที่เท้าไว้ ยกเท้าไม่ค่อยขึ้น ก้าวสั้น ๆ และเมื่ออาการของโรคดำเนินไปเรื่อย ๆ ขาจะกางเมื่อต้องออกเวลาเดิน เพื่อรักษาสมดุลไม่ให้ล้ม  
  • อาการปวดปัสสาวะรีบ (Urinary urgency): กลั้นปัสสาวะไม่ค่อยได้ ต้องรีบไปห้องน้ำ แต่ถ้าเป็นระยะท้ายมักจะถึงขั้นกลั้นปัสสาวะไม่อยู่ (urinary incontinent) มักมีปัสสาวะราดเลยโดยไม่รู้ตัว ทำให้ในผู้ป่วยบางรายมักจะปรากฏตัวพร้อมกับกลิ่นปัสสาวะ หรืออาจแก้ปัญหากันโดยการใส่กางเกงอนามัยแบบผู้ใหญ่กัน
  • ความผิดปกติกระบวนการรู้คิด (Cognitive impairment): ซึ่งเป็นอาการที่พบบ่อยที่สุด สมองสั่งงานช้าลง ระบบการประมวลผลเสื่อมถอย ทำให้เกิดภาวะคิดช้า หลงลืมหรือความจำเสื่อมได้  ซึ่งอาจมีอาการกลืนลำบากร่วมด้วย สังเกตได้จากมีไอหลังกลืนอาหาร ยิ่งถ้าเป็นบ่อย ๆ อาจทำให้สำลักอาหารจนนำไปสู่การติดเชื้อที่ปอดได้ง่าย

 

 

น้ำคั่งในโพรงสมอง

 

การวินิจฉัยโรคกรณีของผู้สูงอายุ

     เมื่อสงสัยว่าผู้สูงอายุอาจจะมีภาวะนี้ การตรวจด้วยเอกซเรย์คอมพิวเตอร์สมอง (CT Scan) หรือ เอกซเรย์คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI) เป็นสิ่งที่ควรทำ โดยโรคนี้มักพบเห็นขนาดของโพรงน้ำในสมองที่โตขึ้นแบบไม่เป็นสัดเป็นส่วนกับช่องว่างระหว่างกลีบสมอง (DESH) อาจมีร่องที่กว้างขึ้นของกลีบสมองส่วนหน้าและส่วนข้าง (widening Sylvian fissure) รวมถึงมีลักษณะการไหลของน้ำที่มากกว่าปกติ (flow void) ตรงบริเวณ aqueduct

     แต่สำหรับในรายที่ยังไม่แน่ชัดในการวินิจฉัยนั้น การทดลองระบายน้ำไขสันหลัง หรือการทำ Tap test ก็จะมีส่วนสำคัญในสำหรับการวางแผนการรักษาโดยที่หากเราสามารถระบายน้ำออกมาได้ 40-60 มิลลิลิตร แล้วถ้าผู้ป่วยมีอาการดีขึ้นชัดเจนโดยเฉพาะการเดิน ส่วนใหญ่ภายใน 1 สัปดาห์หลังการระบายน้ำ แสดงว่าผู้ป่วยจะได้ประโยชน์มากจากการได้รับการผ่าตัดรักษาโรคนี้  

 

น้ำคั่งในโพรงสมอง

 

 

การรักษาโรค NPH หรือภาวะน้ำคั่งในโพรงสมอง

     เนื่องด้วยการรักษาโรค NPH หรือ ภาวะน้ำคั่งในโพรงสมอง ไม่สามารถรักษาด้วยการให้ยา แต่สามารถรักษาให้หายได้จากการผ่าตัด โดยหลักการคือ เราจะต้องทำทางเดินน้ำไขสันหลังขึ้นมาใหม่ ด้วยวิธีการผ่าตัดใส่ท่อระบายน้ำไขสันหลังแบบถาวร หรือที่เรียกว่า “ชั้น” (Shunt) ถึงแม้ว่าการผ่าตัดนี้จะเป็นหัตถการที่ไม่ได้ซับซ้อนมาก แต่ก็ต้องการความละเอียดในทุกขั้นตอน เพื่อลดความเสี่ยงของการผ่าตัดให้มากที่สุด ตั้งแต่การเตรียมความพร้อมของคนไข้ก่อนเข้ารับการผ่าตัด การเลือกอุปกรณ์ที่จะใช้ในการผ่าตัด เทคนิคการผ่าตัด จนกระทั่งผู้ป่วยสามารถกลับบ้านได้  รวมถึงการดูแลหลังผ่าตัดอย่างต่อเนื่อง

 

การผ่าตัดใส่ท่อระบายน้ำ

โดยทั่วไปการผ่าตัดใส่ท่อระบายน้ำจะมี 2 เทคนิคที่ใช้กันบ่อย

 

1.  เทคนิคแรกเป็นการใส่ท่อแบบที่เรียกว่า VP- shunt (Ventriculo-peritoneal shunt)

     เทคนิคแรกคือการต่อท่อจากในโพรงน้ำในสมองส่วนที่โต ลงผ่านอุปกรณ์วาล์วเล็กๆ (Valve) หลังจากนั้นสายระบายจะถูกร้อยผ่านใต้ชั้นผิวหนังลงมาตามบริเวณคอ หน้าอก แล้วต่อลงช่องท้องที่ปกติจะมีลักษณะเหมือนถุง ทำหน้าที่ใส่อวัยวะภายใน เช่น ตับ ลำไส้ ทำให้น้ำสามารถไหลลงไปอยู่รวมกับอวัยวะเหล่านี้ได้ ก่อนที่จะมีการดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดโดยธรรมชาติ และขับถ่ายออกมาในรูปของปัสสาวะ ซึ่งในเทคนิคแรกนี้เป็นเทคนิคดั้งเดิมที่เริ่มทำมานานกว่า 80 ปีในการรักษาผู้ป่วยที่มีภาวะน้ำคั่งจากสาเหตุอื่น และยังนำมาพัฒนาใช้ต่อในโรค NPH หรือ ภาวะน้ำคั่งในโพรงสมอง

 

 

     ในปัจจุบัน สำหรับตัวอุปกรณ์ที่ใช้ใส่นั้น จะมีวาล์วรุ่นที่พัฒนาขึ้นไปมากกว่ารุ่นเดิมเยอะ สามารถปรับระดับการไหลของน้ำได้ และมีตัวสายชนิดที่เคลือบยาฆ่าเชื้อไว้อยู่ด้วย เพื่อลดโอกาสในการติดเชื้อลง มีการศึกษาพบว่าในสายชนิดเคลือบยาฆ่าเชื้อนั้นมีโอกาสติดเชื้อประมาณ 2% เมื่อเทียบกับชนิดปกติที่เจอได้ถึง 6% ส่วนเทคนิคการต่อท่อจากโพรงน้ำในสมองนั้น ในอดีตอาจจะมีปัญหาเรื่องความแม่นยำของการวางท่อเพราะถ้าหากวางไม่ดี ก็จะไม่ได้รับการระบายอย่างที่ควรจะเป็น แต่ในปัจจุบัน ปัญหาเรื่องนี้ได้หมดไป หากมีการใช้อุปกรณ์นำร่อง neuro-navigator ร่วมด้วย ศัลยแพทย์ก็จะสามารถวางท่อระบายได้อย่างแม่นยำไปยังจุดที่ต้องการได้

 

 

โรคน้ำคั่งในโพรงสมองโรคน้ำคั่งในโพรงสมอง

อุปกรณ์นำร่อง neuro-navigator

 

 

2) LP-shunt (Lumbo-peritoneal)

     อีกเทคนิคที่เน้นการต่อท่อจากช่องไขสันหลังของบริเวณหลังส่วนล่าง โดยสอดสายผ่านชั้นใต้ผิวหนังเพื่อต่อลงช่องท้องแบบเดียวกับแบบแรก ซึ่งเป็นเทคนิคที่ถูกนำมาใช้ค่อนข้างมากที่ประเทศญี่ปุ่น โดยลักษณะเด่นของเทคนิคนี้คือ จะไม่มีการเจาะรูที่กระโหลกเพื่อใส่สายไปยังโพรงน้ำในสมองทำให้ฟังดูแล้วน่ากลัวน้อยกว่า และให้ผลการรักษาได้ดี แต่ต้องอย่าลืมว่าตัวท่อที่ใช้สำหรับเทคนิคนี้จะมีขนาดของเส้นผ่านศูนย์กลางที่เล็กกว่าแบบแรก ทำให้มีโอกาสที่จะตันได้สูงกว่า รวมถึงสายที่ใช้นั้นก็ยังไม่มีชนิดที่เคลือบยาฆ่าเชื้อทำให้มีโอกาสติดเชื้อได้สูงกว่า ซึ่งถ้าหากท่อเกิดตัน หรือ เกิดติดเชื้อขึ้นมา แน่นอนว่าการรักษาคือต้องได้รับการแก้ไขด้วยการผ่าตัดซ้ำอีกครั้ง

 

 

โรคน้ำคั่งในโพรงสมอง

 

โรค NPH หรือภาวะน้ำคั่งในโพรงสมอง สรุปได้ว่า ?

     เนื่องจากโรค NPH หรือ ภาวะน้ำคั่งในโพรงสมอง มักเป็นในบุคคลสูงอายุ ซึ่งมักมีโอกาสเดียวในการได้รับการผ่าตัด ทำให้การจะตัดสินใจผ่าตัดนั้น ต้องได้รับการวางแผนที่ดี รอบคอบ ตั้งแต่การวินิจฉัย การเลือกช่องทางการวางท่อ เทคนิคการผ่าตัดที่ละเอียดแม่นยำ รวมถึง วัสดุคุณภาพ เนื่องจากมีหลายยี่ห้อในท้องตลาด  ข้อสำคัญคือ ถ้ามีคุณสมบัติของ วาล์วที่ปรับ และสายท่อที่เคลือบยาฆ่าเชื้อร่วมด้วย ก็จะดีมากครับ

 

 

สำหรับผู้ป่วย NPH หรือภาวะน้ำคั่งในโพรงสมองนั้น การรักษาด้วยการผ่าตัดใส่ท่อ (Shunt) เพื่อระบายน้ำไขสันหลังแบบถาวร ช่วยคืนชีวิตให้ผู้สูงอายุกลับมามีคุณภาพชีวิตที่ดีและมีความสุขอีกครั้ง

 

 

References