นพ. นภสินธุ์ เถกิงเดช
ประสาทศัลยศาสตร์

หลายคนน่าจะเคยเห็นภาพ ชาวสูงอายุเดินแบบเก้กัง ขากาง ๆ เดินได้ไม่ค่อยสะดวกเหมือนจะล้ม บางครั้งก็ปัสสาวะราดไม่รู้ตัว ออกจากบ้านมักต้องใส่แพมเพิร์ส ทำอะไรช้า ๆ คิดอะไรช้าลง ความจำเลอะเลือน โดยคนส่วนใหญ่มักคิดว่าคงเป็นเพราะความเสื่อมตามอายุ แต่ในความจริงลักษณะอาการเหล่านี้คือความผิดปกติทางระบบประสาทที่เรียกว่า “ภาวะน้ำคั่งในโพรงสมอง” หรือ “Normal pressure hydrocephalus (NPH)”
อย่างไรก็ตาม โรคนี้เป็นโรคที่ค่อนข้างใหม่และพึ่งเป็นที่รู้จักเมื่อปี พ.ศ. 2508 ซึ่งเป็นปีเดียวกับที่ อาภัสรา คว้าตำแหน่งนางงามจักรวาล
การวินิจฉัยโรคนี้ในอดีตทำได้ยาก ผู้สูงอายุหลายคนเสียโอกาสได้รับการรักษา หรือได้รับการรักษาไปผิดทาง โดยมักได้รับการเข้าใจผิดว่าเป็นโรคพาร์กินสัน สมองเสื่อม อัลไซเมอร์ หรือแม้กระทั้ง กระดูกกดทับเส้นประสาทหรือเข่าเสื่อมจนต้องเข้ารับการผ่าตัดไปในบางราย แต่หากได้รับการวินิจฉัยและรักษาที่ถูกต้องแล้ว ผู้ป่วยสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติในบั้นปลายชีวิต

โดยปกติโพรงสมอง (Cerebral Ventricle) นั้นวางตัวฝังอยู่ในเนื้อสมองใหญ่ ซึ่งเป็นแหล่งผลิตและกักเก็บน้ำชนิดพิเศษในสมองที่เรียกกันว่า “น้ำไขสันหลัง ” (CSF: cerebrospinal fluid) คำว่า "Ventricle" แปลว่า โพรง หรือ ส่วนโบ๋ในอวัยวะของร่างกายมนุษย์ ในอดีตเคยมีความเชื่อที่ว่าโพรงนี้คือที่อยู่ของวิญญาณ
แต่จากการศึกษาในปัจจุบันพบว่า เมื่อผ่าเข้าไปดูในโพรงนี้แล้วกลับแต่กลับพบเจอน้ำใส ๆ แทน ทำให้เรารู้ว่าโพรงนี้คือระบบทางเดินของน้ำในสมอง ซึ่งน้ำในที่นี้ก็คือน้ำไขสันหลังนั่นเอง
น้ำไขสันหลังที่ปกติจะมีสีใสเหมือนน้ำเปล่ามีหน้าที่สำคัญคอยช่วย
ระบบทางเดินน้ำในสมองเองจะประกอบด้วยโพรงน้ำที่สำคัญอยู่ทั้งหมด 4 โพรง อยู่แนวกลางของสมองโดยที่มีชื่อไล่ตั้งแต่ด้านบนลงล่าง ได้แก่ lateral ventricle, third ventricle และ fourth ventricle ฃ

ถึงตรงนี้หลายคนคงเคยได้ยินเรื่องของการเจาะหลังเพื่อน้ำไขสันหลังมาตรวจก็คงจะเห็นภาพมากขึ้น เนื่องจากน้ำไขสันหลังที่ได้จากส่วนสมองและหลังคือระบบเดียวกันนั่นเอง หลังจากที่น้ำไขสันหลังเดินทางออกจากสมองลงสู่ไขสันหลังแล้ว ก็จะไหลกลับไปที่ส่วนของสมองอีกรอบเพื่อทำการดูดกลับ
โดยการดูดกลับของน้ำไขสันหลังนั้นทำได้ผ่านทาง 3 ช่องทาง ดังนี้
ร่างกายมีระบบอัตโนมัติที่สร้างสมดุลน้ำและการดูดกลับของน้ำให้เท่ากัน ทำให้เรามีน้ำในสมองไม่มากหรือน้อยเกินไป
ปัจจุบันยังไม่ทราบสาเหตุที่ชัดเจน ส่วนใหญ่เรามักเจอโรคนี้ ประมาณ 3 เปอร์เซ็นต์ กรณีของผู้ที่มีอายุมากกว่า 65 ปีขึ้นไปก็เป็นไปได้ที่สมองจะสร้างและดูดกลับของน้ำไขสันหลังที่ไม่ดี ทำให้ปริมาณของน้ำที่คงค้างอยู่ในสมองมีมากกว่าปกติ
ปัจจัยใดบ้าง
ปัจจุบันมีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่อธิบาย การคั่งของน้ำในโพรงสมองว่า น่าจะเกิดจากหลายปัจจัย เช่น
ความผิดปกติของเมตาบอลิซึ่ม รวมถึงแนวกั้นระหว่างเลือดกับสมอง ซึ่งโดยรวมแล้วจะทำให้เกิดลักษณะของโพรงน้ำในสมองที่โตขึ้นมากกว่าปกติ และทำให้อาการผิดปกติของระบบประสาทตามมาได้


การวินิจฉัยโรค NPH หรือ ภาวะน้ำคั่งในโพรงสมอง ใช้อาการและอาการแสดงเป็นสิ่งสำคัญ โดยที่กลุ่มอาการของโรคนี้ มักจะเริ่มจากอาการ

เมื่อสงสัยว่าผู้สูงอายุอาจจะมีภาวะนี้ การตรวจด้วยเอกซเรย์คอมพิวเตอร์สมอง (CT Scan) หรือ เอกซเรย์คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI) เป็นสิ่งที่ควรทำ โดยโรคนี้มักพบเห็นขนาดของโพรงน้ำในสมองที่โตขึ้นแบบไม่เป็นสัดเป็นส่วนกับช่องว่างระหว่างกลีบสมอง (DESH) อาจมีร่องที่กว้างขึ้นของกลีบสมองส่วนหน้าและส่วนข้าง (widening Sylvian fissure) รวมถึงมีลักษณะการไหลของน้ำที่มากกว่าปกติ (flow void) ตรงบริเวณ aqueduct
แต่สำหรับในรายที่ยังไม่แน่ชัดในการวินิจฉัยนั้น การทดลองระบายน้ำไขสันหลัง หรือการทำ Tap test ก็จะมีส่วนสำคัญในสำหรับการวางแผนการรักษาโดยที่หากเราสามารถระบายน้ำออกมาได้ 40-60 มิลลิลิตร แล้วถ้าผู้ป่วยมีอาการดีขึ้นชัดเจนโดยเฉพาะการเดิน ส่วนใหญ่ภายใน 1 สัปดาห์หลังการระบายน้ำ แสดงว่าผู้ป่วยจะได้ประโยชน์มากจากการได้รับการผ่าตัดรักษาโรคนี้

การรักษาโรค NPH หรือภาวะน้ำคั่งในโพรงสมอง
เนื่องด้วยการรักษาโรค NPH หรือ ภาวะน้ำคั่งในโพรงสมอง ไม่สามารถรักษาด้วยการให้ยา แต่สามารถรักษาให้หายได้จากการผ่าตัด โดยหลักการคือ เราจะต้องทำทางเดินน้ำไขสันหลังขึ้นมาใหม่ ด้วยวิธีการผ่าตัดใส่ท่อระบายน้ำไขสันหลังแบบถาวร หรือที่เรียกว่า “ชั้น” (Shunt) ถึงแม้ว่าการผ่าตัดนี้จะเป็นหัตถการที่ไม่ได้ซับซ้อนมาก แต่ก็ต้องการความละเอียดในทุกขั้นตอน เพื่อลดความเสี่ยงของการผ่าตัดให้มากที่สุด ตั้งแต่การเตรียมความพร้อมของคนไข้ก่อนเข้ารับการผ่าตัด การเลือกอุปกรณ์ที่จะใช้ในการผ่าตัด เทคนิคการผ่าตัด จนกระทั่งผู้ป่วยสามารถกลับบ้านได้ รวมถึงการดูแลหลังผ่าตัดอย่างต่อเนื่อง
โดยทั่วไปการผ่าตัดใส่ท่อระบายน้ำจะมี 2 เทคนิคที่ใช้กันบ่อย
เทคนิคแรกคือการต่อท่อจากในโพรงน้ำในสมองส่วนที่โต ลงผ่านอุปกรณ์วาล์วเล็กๆ (Valve) หลังจากนั้นสายระบายจะถูกร้อยผ่านใต้ชั้นผิวหนังลงมาตามบริเวณคอ หน้าอก แล้วต่อลงช่องท้องที่ปกติจะมีลักษณะเหมือนถุง ทำหน้าที่ใส่อวัยวะภายใน เช่น ตับ ลำไส้ ทำให้น้ำสามารถไหลลงไปอยู่รวมกับอวัยวะเหล่านี้ได้ ก่อนที่จะมีการดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดโดยธรรมชาติ และขับถ่ายออกมาในรูปของปัสสาวะ ซึ่งในเทคนิคแรกนี้เป็นเทคนิคดั้งเดิมที่เริ่มทำมานานกว่า 80 ปีในการรักษาผู้ป่วยที่มีภาวะน้ำคั่งจากสาเหตุอื่น และยังนำมาพัฒนาใช้ต่อในโรค NPH หรือ ภาวะน้ำคั่งในโพรงสมอง
ในปัจจุบัน สำหรับตัวอุปกรณ์ที่ใช้ใส่นั้น จะมีวาล์วรุ่นที่พัฒนาขึ้นไปมากกว่ารุ่นเดิมเยอะ สามารถปรับระดับการไหลของน้ำได้ และมีตัวสายชนิดที่เคลือบยาฆ่าเชื้อไว้อยู่ด้วย เพื่อลดโอกาสในการติดเชื้อลง มีการศึกษาพบว่าในสายชนิดเคลือบยาฆ่าเชื้อนั้นมีโอกาสติดเชื้อประมาณ 2% เมื่อเทียบกับชนิดปกติที่เจอได้ถึง 6% ส่วนเทคนิคการต่อท่อจากโพรงน้ำในสมองนั้น ในอดีตอาจจะมีปัญหาเรื่องความแม่นยำของการวางท่อเพราะถ้าหากวางไม่ดี ก็จะไม่ได้รับการระบายอย่างที่ควรจะเป็น แต่ในปัจจุบัน ปัญหาเรื่องนี้ได้หมดไป หากมีการใช้อุปกรณ์นำร่อง neuro-navigator ร่วมด้วย ศัลยแพทย์ก็จะสามารถวางท่อระบายได้อย่างแม่นยำไปยังจุดที่ต้องการได้


อุปกรณ์นำร่อง neuro-navigator
อีกเทคนิคที่เน้นการต่อท่อจากช่องไขสันหลังของบริเวณหลังส่วนล่าง โดยสอดสายผ่านชั้นใต้ผิวหนังเพื่อต่อลงช่องท้องแบบเดียวกับแบบแรก ซึ่งเป็นเทคนิคที่ถูกนำมาใช้ค่อนข้างมากที่ประเทศญี่ปุ่น โดยลักษณะเด่นของเทคนิคนี้คือ จะไม่มีการเจาะรูที่กระโหลกเพื่อใส่สายไปยังโพรงน้ำในสมองทำให้ฟังดูแล้วน่ากลัวน้อยกว่า และให้ผลการรักษาได้ดี แต่ต้องอย่าลืมว่าตัวท่อที่ใช้สำหรับเทคนิคนี้จะมีขนาดของเส้นผ่านศูนย์กลางที่เล็กกว่าแบบแรก ทำให้มีโอกาสที่จะตันได้สูงกว่า รวมถึงสายที่ใช้นั้นก็ยังไม่มีชนิดที่เคลือบยาฆ่าเชื้อทำให้มีโอกาสติดเชื้อได้สูงกว่า ซึ่งถ้าหากท่อเกิดตัน หรือ เกิดติดเชื้อขึ้นมา แน่นอนว่าการรักษาคือต้องได้รับการแก้ไขด้วยการผ่าตัดซ้ำอีกครั้ง

เนื่องจากโรค NPH หรือ ภาวะน้ำคั่งในโพรงสมอง มักเป็นในบุคคลสูงอายุ ซึ่งมักมีโอกาสเดียวในการได้รับการผ่าตัด ทำให้การจะตัดสินใจผ่าตัดนั้น ต้องได้รับการวางแผนที่ดี รอบคอบ ตั้งแต่การวินิจฉัย การเลือกช่องทางการวางท่อ เทคนิคการผ่าตัดที่ละเอียดแม่นยำ รวมถึง วัสดุคุณภาพ เนื่องจากมีหลายยี่ห้อในท้องตลาด ข้อสำคัญคือ ถ้ามีคุณสมบัติของ วาล์วที่ปรับ และสายท่อที่เคลือบยาฆ่าเชื้อร่วมด้วย ก็จะดีมากครับ
สำหรับผู้ป่วย NPH หรือภาวะน้ำคั่งในโพรงสมองนั้น การรักษาด้วยการผ่าตัดใส่ท่อ (Shunt) เพื่อระบายน้ำไขสันหลังแบบถาวร ช่วยคืนชีวิตให้ผู้สูงอายุกลับมามีคุณภาพชีวิตที่ดีและมีความสุขอีกครั้ง