เนื้องอกในสมองที่เงียบมากที่สุด อะคูสติก- นิวโรมา มาจากไหน

December 14 / 2023

 

 

 เนื้องอกในสมองที่เงียบที่สุด อะคูสติก-นิวโรมา

 

สารบัญ

 

  1. อะคูสติก นิวโรมา เป็นใคร มาจากไหน ?
  2. เนื้องอกอะคูสติก นิวโรมา ถ้ามีอาการแล้วสงสัย ต้องตรวจด้วยวิธีไหนถึงจะดีที่สุด ?
  3. ถ้าตรวจเจอแล้วทำยังไงดี แนวทางการรักษาหลัก 3 วิธี
  4. ในกรณีถ้าเลือกที่จะเฝ้าดูเนื้องอกชนิดนี้แล้ว มีความเสี่ยงมากน้อยแค่ไหนที่เนื้องอกจะโตขึ้น ?

 

 

นพ. นภสินธุ์ เถกิงเดช

ประสาทศัลยแพทย์



 

แน่นอนครับว่าอาการที่หูไม่ได้ยินนั้นส่วนใหญ่ไม่ได้เกิดจากเนื้องอกในสมอง แต่ทว่าก็มีเนื้องอกในสมองชนิดนึงที่ทำให้เกิดอาการอย่างที่ว่าได้เหมือนกันนะครับ นั่นคือ เนื้องอกที่ชื่อว่า Acoustic neuroma หรือ Vestibular schwannoma โดยชื่อที่เราเรียกกันติดปากในวงการบ้านเรา คือ เนื้องอกอะคูสติก- นิวโรมา ซึ่งเนื้องอกชนิดนี้ไม่ใช่เนื้องอกชนิดร้ายแรงแต่เป็นชนิดที่ดีและมักจะโตช้า (WHO grade I) โดยที่เราพบว่า 95% ของผู้ป่วยจะมาด้วยอาการสูญเสียการได้ยินของหูข้างเดียว รองลงมา 63% จะได้ยินเสียงไม่พึงประสงค์ ที่เรียกกันทางการแพทย์ว่า tinnitus (เสียงจะดังวี๊ดๆ คล้ายจิ้งหรีดร้อง อื้อๆ หรือ หึ่งๆ :สามารถค้นหาลองฟังเสียงได้ทาง youtube นะครับ มีเสียงนี้ให้ลองฟังหลายแบบอยู่) นอกจากนี้อีก 61% ของผู้ป่วยก็รู้สึกว่าเวลาเดินจะไม่มั่นคง มีความโคลงเคลง โดยที่ไม่มีอาการอ่อนแรงของกำลังขาร่วมด้วยแม้แต่น้อย

 

 

อะคูสติก นิวโรมา เป็นใคร มาจากไหน ?

 

 

เนื่องจากเนื้องอกชนิดนี้เกิดมาจากเซลล์ของเปลือกเยื้อหุ้มเส้นประสาทสมองคู่ที่ 8 (Schwann cell) โดยที่เส้นประสาทสมองคู่ที่ 8 นี้จะมีหน้าที่สำคัญเกี่ยวกับการรับเสียงและทรงตัว ทำให้อาการแสดงหลักของโรคนี้ที่พบบ่อย คือ สูญเสียการได้ยินและเดินเซเป๋อย่างที่กล่าวไว้แล้วนั่นเอง และเนื่องจากเนื้องอกชนิดนี้สัมพันธ์กับการทำงานหู ทำให้การศึกษาหาสาเหตุและปัจจัยกระตุ้นของการเกิดเนื้องอกอะคูสติกนี้จึงมุ่งเน้นไปที่การรับฟังเสียงที่ผิดธรรมชาติ เช่น การอยู่ในที่ที่มีเสียงดังในเวลานานเกินไป หรือ การคุยกันผ่านมือถือบ่อย ว่าพฤติกรรมเหล่านี้จะมีโอกาสการทำให้เกิดโรคเพิ่มขึ้นหรือไม่ ซึ่งน่าสนใจมากเพราะผลงานวิจัยพบว่า การใช้มือถือมากกว่า 10 ปี หรือการได้ยินเสียงดังมากโดยที่ไม่ได้ใส่เครื่องป้องกัน ดูเหมือนว่าจะสามารถเพิ่มโอกาสการเกิดเนื้องอกในสมองได้ แต่ก็เพียงแค่เล็กน้อยเท่านั้น ไม่ชัดเจนถึงขนาดที่จะไปฟันธงได้ว่าเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดเนื้องอกในสมองอะคูสติกอย่างแน่นอน แต่อย่างไรก็ตามในปัจจุบันมีปัจจัยเสี่ยงอย่างเดียวที่มีผลชัดเจนต่อการเกิดเนื้องอกนี้ คือ การที่ผู้ป่วยเป็นโรคที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรมที่ชื่อ Neurofibromatosis (NF2)  ซึ่งโรคนี้เกิดจากความผิดปกติของยีนที่โครโมโซมคู่ที่ 22 ทำให้ในคนที่มีโรคนี้จะมีลักษณะเด่น คือ มีเนื้องอกอะคูสติคเกิดขึ้นทั้งข้างซ้ายและข้างขวา รวมถึงอาจมีเนื้องอกในสมองชนิดอื่นร่วมด้วย

 

 

เนื้องอกอะคูสติก นิวโรมา ถ้ามีอาการแล้วสงสัย ต้องตรวจด้วยวิธีไหนถึงจะดีที่สุด ?

 

อย่างที่ทราบกันดีว่า การจะวินิจฉัยเนื้องอกในสมองได้นั้น MRI  ถือเป็นเครื่องมือหลักที่ใช้ในการค้นหาโรคนี้ โดยเฉพาะในเนื้องอกอะคูสติกนั้นที่บางครั้งมีขนาดเล็กมากแม้เพียงแค่ 1-2 มิลลิเมตร เครื่อง MRI ก็สามารถตรวจพบได้ แต่ถ้าผู้ป่วยไม่สามารถเข้าเครื่อง MRI ได้ การตรวจด้วยเครื่อง CT scan ก็จะเป็นตัวเลือกถัดมาที่พอจะใช้ได้ในเบื้องต้น นอกจาก MRI ที่ทำให้เราเห็นหน้าตาของเนื้องอกแล้ว ในเนื้องอกชนิดนี้เองผู้ป่วยยังจำเป็นต้องได้รับการตรวจการได้ยินของหู หรือ ที่เรียกว่าAudiogram โดยใช้เครื่อง Audiometry ด้วยเสมอ เพราะจะทำให้เราทราบถึงการทำงานของหูว่ามีระดับการได้ยินที่เท่าไหร่ เพื่อสำหรับวางแนวทางการรักษาต่อไปในอนาคต

 

  

 

 

ถ้าตรวจเจอแล้วทำยังไงดี แนวทางการรักษาหลัก 3 วิธี

 

การรักษาหลักตามมาตรฐานสำหรับเนื้องอกอะคูสติคนั้นประกอบด้วย

 

1) การเฝ้าดูไปก่อน (Wait & See)

2) การผ่าตัด

3) การฉายแสง

 

โดยการเลือกวิธีการรักษานั้นจะขึ้นกับหน้าตาของเนื้องอกและอาการของคนไข้เป็นหลักครับ ในการรักษาแบบแรกด้วย

 

 

การเฝ้าดู (Wait & See) วิธีนี้จะถูกเลือกใช้ในกรณีที่เนื้องอกมีขนาดเล็ก โดยแพทย์และคนไข้จะทำการเฝ้าดูร่วมกัน สังเกตุพฤติกรรมของเนื้องอกกันต่อไปก่อนว่าโตเร็วหรือไม่ มีอาการผิดปกติมากขึ้นหรือไม่ รวมถึงต้องมีการเช็คการได้ยินจากเครื่อง Audiometry เป็นระยะ และที่ขาดไม่ได้คือ การทำ MRI ซ้ำเป็นระยะอาจจะทุกไตรมาสในช่วงแรก ก่อนจะขยับเป็นรายปี เพื่อจะดูว่าเนื้องอกมีการขยายขนาด หรือ กำลังจะสร้างปัญหาให้กับเราได้หรือไม่ และแน่นอนว่า ถ้าเริ่มตรวจพบว่า เนื้องอกมีขนาดที่โตขึ้นมากกว่า 2.5 มิลลิเมตรต่อปีแล้ว จะมีโอกาสทำให้หูหนวกถาวรได้ใน 10 ปี ดังนั้นการรักษาด้วยวิธีอื่นไม่ว่าจะเป็นการผ่าตัดหรือ ฉายแสง จะถูกนำมาใช้เป็นตัวเลือกทันที แต่สำหรับในกรณีที่ตรวจพบเนื้องอกเป็นครั้งแรกแล้วพบว่าเนื้องอกมีขนาดมากกว่า 3 เซนติเมตรนั้น การรักษาจะไปอยู่ที่

 

 

วิธีที่ 2 คือการผ่าตัด สำหรับการผ่าตัดเนื้องอกอะคูสติกนั้นทำได้หลายท่า หลายเทคนิคขึ้นกับหน้าตาของเนื้องอก และ ระดับการได้ยินเสียง แต่โดยส่วนใหญ่แล้วเราจะทำการผ่าตัดโดยท่านอนตะแคงหรือท่านั่งก็ได้ สำหรับการลงแผลที่บริเวณหลังใบหู เพื่อเข้าไปหาเนื้องอกที่อยู่ใกล้กับสมองน้อยและก้านสมอง ซึ่งมุมมองของการผ่าตัดนี้จะเป็นช่องขนาดค่อนข้างเล็ก ทำให้การใช้กล้องขยายช่วยผ่าตัดจะมีความจำเป็นมากเพื่อให้ได้ความละเอียดและคมชัดขณะผ่าตัด ในการผ่าตัดเนื้องอกชนิดนี้สิ่งที่ศัลยแพทย์เราค่อนข้างกังวลกันมากก็คือ ปัญหาแทรกซ้อนหลังการผ่าตัดที่เจอได้โดยเฉพาะการบาดเจ็บของเส้นประสาทสมองคู่ที่ 7 กับ 8 เพราะจะทำให้คนไข้ มีอาการปากเบี้ยว หลับตาไม่สนิท จากการบาดเจ็บของเส้นประสาทคู่ที่ 7 รวมถึงอาจถึงอาจจะมีหูดับถาวรจากการบาดเจ็บของเส้นประสาทคู่ที่8ได้ในรายที่ประสาทหูยังดีอยู่ก่อนการผ่าตัด

 

ที่มา : ขอบคุณภาพจาก นพ. นภสินธุ์ เถกิงเดช ประสาทศัลยแพทย์



ดังนั้นเพื่อที่จะลดความเสี่ยงในโอกาสที่จะเกิดปัญหาเหล่านี้ การใช้เครื่องตรวจติดตามการทำงานของระบบประสาท (Intraoperative neuro-monitoring (IONM)) จะมีบทบาทสำคัญอย่างมาก เพราะว่าอุปกรณ์นี้จะช่วยให้ทราบถึงแนวของเส้นประสาทสมองที่อาจเห็นไม่ชัดเจนเนื่องจาก ถูกดันเบียดให้กลืนไปกับตัวเนื้องอกจนดูเหมือนเป็นเนื้อเดียวกัน  ด้วยเหตุนี้การใช้เครื่องมือ IONM จะช่วยลดโอกาสการเอาเส้นประสาทสมองออกไปพร้อมกับเนื้องอกได้ นอกจากนี้แล้วปัญหาที่อาจพบได้หลังผ่าตัด คือ การรั่วไหลของน้ำไขสันหลังที่ใช้ในการหล่อเลี้ยงสมองออกมาทางหู หรือ แผลผ่าตัด โดยที่สิ่งที่น่าห่วงในประเด็นนี้คือ ถ้ามีการรั่วเกิดขึ้นจะมีโอกาสที่เชื้อโรคจะผ่านเข้าไปในสมองแล้วทำให้ติดเชื้อในระบบประสาทได้ แต่ปัญหานี้ก็สามารถป้องกันและแก้ไขได้ด้วยการใช้อุปกรณ์ผ่าตัดพิเศษที่เป็นลักษณะกาวเหนียวใช้ปิดทับบริเวณเยื่อหุ้มสมองหลังจากเสร็จผ่าตัดเหมือนลงกาวยาแนวเพื่อลดโอกาสรั่วซึมของน้ำที่บ้านได้ ถึงตรงนี้แล้วจะเห็นว่าการผ่าตัดเนื้องอกอะคูสติคให้ดีและปลอดภัยในปัจจุบันนั้นดีขึ้นกว่าในอดีตมากถ้าได้มีการนำอุปกรณ์และเทคโนโลยีทันสมัยหลายอย่างมาร่วมด้วยช่วยกัน

 

นอกจากการผ่าตัดแล้ว ในกรณีที่เนื้องอกมีขนาดไม่ใหญ่มาก ( น้อยกว่า 3 เซนติเมตร) การฉายแสงก็เป็นอีกทางเลือกนึงโดยที่ในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นการฉายแสงด้วยเทคนิค Fractionated RT หรือ SRS (เช่น gamma knife, cyber knife) ก็มีบทบาทสำคัญในการลดขนาดของเนื้องอกได้ดี แต่ต้องอย่าลืมว่าผลข้างเคียงจากการฉายแสงก็เป็นเรื่องที่ต้องเอามาคิด มีการศึกษาพบว่า หลังการได้รับ SRS แล้ว 14% ของผู้ป่วยมีเนื้องอกที่ขนาดโตขึ้นได้ นอกจากโอกาสโตขึ้นของเนื้องอกแล้วการฉายแสงก็อาจกระทบกับตัวเส้นประสาทโดยตรงทำให้เส้นประสาทบาดเจ็บได้ ปัจจัยเหล่านี้จำเป็นต้องเอามาใช้พิจารณาเพื่อเทียบกับการรักษาด้วยวิธีอื่นว่าวิธีไหนจะเหมาะสมมากที่สุดในผู้ป่วยแต่ละราย  

 

 

ในกรณีถ้าเลือกที่จะเฝ้าดูเนื้องอกชนิดนี้แล้ว มีความเสี่ยงมากน้อยแค่ไหนที่เนื้องอกจะโตขึ้น ?

 

พบว่า 59% ของผู้ป่วยมีเนื้องอกโตในอัตราเฉลี่ยน้อยกว่า 1 มิลลิเมตรต่อปี และมีแค่ 12% เท่านั้นที่เนื้องอกจะโตขึ้นมากกว่า 3 มิลลิเมตรต่อปี นั้นแปลว่าการเฝ้าดูใช้ได้ผลดีที่เดียวในเนื้องอกชนิดนี้ที่ขนาดไม่ใหญ่มาก เพราะส่วนใหญ่แล้วเนื้องอกไม่ค่อยโตเท่าไหร่ โดยอีกหนึ่งการศึกษาสรุปว่าผู้ป่วยในกลุ่มที่ใช้วิธีการเฝ้าดูนี้มีโอกาสที่ต้องได้รับการรักษาโดยการผ่าตัดหรือฉายในอนาคตจะมีแค่ 20 % เท่านั้นเอง โดยสรุป หูดับ เดินเซ เวียนศีรษะ อย่าประมาท เพราะ อาจเป็นจุดเริ่มต้นของเนื้องอกในสมองอะคูสติกที่ทำให้เราต้องอยู่กับความเงียบไปตลอดกาลได้

 

 

 

"หูเป็นอวัยวะสำคัญที่ช่วยให้เราได้ยิน ถึงแม้ว่าบางครั้งเราจะเลือกไม่ได้ว่า อยากฟังหรือไม่อยากฟัง แต่แม้ว่าเราจะเลือกไม่ได้มนุษย์เราก็ยังโชคดีที่มีสมองที่ช่วยให้เราเลือกได้ว่า อยากจำหรือไม่อยากจำในเสียงที่ได้ยินเหล่านั้น"

 

 

เนื้องอกในสมองที่ไม่ได้มาจากสมอง : Brain Metastases อ่านเพิ่มเติม คลิก >> https://www.ram-hosp.co.th/news_detail/1037
 

เนื้องอกต่อมใต้สมอง: เนื้องอกที่เกิดตรงส่วนเล็กๆ ของสมอง แต่กลับต้องใช้แพทย์ทีมใหญ่ในการรักษา อ่านเพิ่มเติม คลิก >> https://www.ram-hosp.co.th/news_detail/710

 

เมนิงจิโอมา (meningioma) : เนื้องอกในสมองสุดคลาสสิค อ่านเพิ่มเติม คลิก >> https://www.ram-hosp.co.th/news_detail/686

 

เนื้องอกในสมอง รักษาได้ไหม? อ่านเพิ่มเติม คลิก >> https://www.ram-hosp.co.th/news_detail/519

นัดพบแพทย์คลิก 
นพ. นภสินธุ์ เถกิงเดช 
ประสาทศัลยแพทย์

 

 

  1. Edwards CG, Schwartzbaum JA, Lönn S, et al. Exposure to loud noise and risk of acoustic neuroma. Am J Epidemiol 2006; 163:327.
  2. Prasad M, Kathuria P, Nair P, et al. Mobile phone use and risk of brain tumours: a systematic review of association between study quality, source of funding, and research outcomes. Neurol Sci 2017; 38:797.
  3. Goldbrunner R, Weller M, Regis J, et al. EANO guideline on the diagnosis and treatment of vestibular schwannoma. Neuro Oncol 2020; 22:31.
  4. Sughrue ME, Yang I, Aranda D, et al. The natural history of untreated sporadic vestibular schwannomas: a comprehensive review of hearing outcomes. J Neurosurg 2010; 112:163.
  5. Samii M, Matthies C. Management of 1000 vestibular schwannomas (acoustic neuromas): surgical management and results with an emphasis on complications and how to avoid them. Neurosurgery 1997; 40:11.
  6. Hasegawa T, Kida Y, Kato T, et al. Long-term safety and efficacy of stereotactic radiosurgery for vestibular schwannomas: evaluation of 440 patients more than 10 years after treatment with Gamma Knife surgery. J Neurosurg 2013; 118:557.
  7. Pollock BE, Link MJ, Stafford SL, et al. The Risk of Radiation-Induced Tumors or Malignant Transformation After Single-Fraction Intracranial Radiosurgery: Results Based on a 25-Year Experience. Int J Radiat Oncol Biol Phys 2017; 97:919.

Premium Health package ผู้หญิง

ถึงเวลาดูแลสุขภาพอย่างใส่ใจ เราพร้อมดูแลคุณอย่างอบอุ่น

ราคา 3,990 บาท

แพ็กเกจวัคซีนปอดอักเสบ Vaxneuvance (PCV 15) 1 เข็ม

เสริมภูมิคุ้มกันให้ลูกน้อย ห่างไกลโรค IPD

ราคา 3,250 บาท

โปรแกรมตรวจสุขภาพ Platinum plus Check up สุภาพสตรี

เพราะร่างกายผู้หญิงซับซ้อนมากกว่าที่คิด ตรวจสุขภาพดูแลป้องกันก่อนที่จะสายเกินไป เพื่อให้คุณใช้ชีวิตได้แบบที่ต้องการ

ราคา 59,990 บาท

โปรแกรมตรวจสุขภาพ Platinum Check up สำหรับกลุ่มสุภาพบุรุษ

เตรียมสุขภาพให้พร้อมสำหรับอนาคต ป้องกันความเสี่ยงจากโรคร้ายแรง

ราคา 30,990 บาท

บัตรกำนัลเงินสด Ramkhamhaeng Gift Card

"แทนความห่วงใย" & "ของขวัญเยี่ยมไข้" มอบสุขภาพดีเป็นของขวัญสุดพิเศษ ด้วยบัตรกำนัลเงินสด Ramkhamhaeng Gift Card

ราคา 1,000 บาท

แพ็กเกจฝึกแก้ไขเรื่องการพูด ในเด็กทีพบความผิดปกติทางภาษา

บำบัดรักษาแก้ไขและฟื้นฟูสมรรถภาพ ในเด็กทีมีความผิดปกติทางภาษาและการพูด

ราคา 800 บาท